KitzYou
หน้าแรก›บทความ›เครื่องชงกาแฟแบบมือกด เทียบไฟฟ้าให้ชัด ก่อนจ่ายเงินผิดตัว

เครื่องชงกาแฟแบบมือกด เทียบไฟฟ้าให้ชัด ก่อนจ่ายเงินผิดตัว

KitzYou รวบรวมสินค้าครัวคุณภาพมาแนะนำ เมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์เราอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ราคา/สต็อกอัปเดต 4 พ.ย. 2569
เครื่องชงกาแฟแบบมือกด เทียบไฟฟ้าให้ชัด ก่อนจ่ายเงินผิดตัว

ครัวบ้านหลายหลังมีเครื่องชงกาแฟไฟฟ้าตั้งอยู่มุมเคาน์เตอร์ ใช้บ้าง ไม่ใช้บ้าง บางทีก็แค่กดปุ่มรอ บางทีก็ขี้เกียจล้าง แต่พอเห็นเครื่องชงกาแฟแบบมือกดราคาไม่กี่ร้อยถึงพันต้นๆ คำถามแรกที่ผุดขึ้นมาคือ มันชงได้จริงไหม หรือแค่ของเล่น

คำตอบไม่ได้ตรงไปตรงมา เพราะมือกดกับไฟฟ้าไม่ได้แข่งกันในสนามเดียวกัน คนที่ซื้อมือกดแล้วผิดหวังมักไม่ได้ซื้อของแย่ แต่ซื้อของที่ไม่ตรงกับวิถีชีวิตตัวเอง

มือกดกับไฟฟ้าต่างกันตรงไหนที่รู้สึกได้จริงในครัวบ้าน

สเปกบนกล่องบอกแรงดันบาร์ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าตอนหกโมงเช้ารีบๆ คุณจะรู้สึกยังไงกับมัน ความต่างที่สำคัญกว่าตัวเลขคือประสบการณ์ใช้งานจริงทุกวัน

เรื่องแรงดันและรสชาติ ใกล้กันแค่ไหน

เครื่องชงกาแฟแบบมือกดคุณภาพดีอย่าง ROK Presso ให้แรงดันได้ในช่วง 6-9 บาร์ ขึ้นอยู่กับแรงที่กดและความละเอียดของกาแฟบด ส่วนเครื่องไฟฟ้าระดับกลางทั่วไปมักระบุ 15-20 บาร์ แต่แรงดันที่ออกมาจริงๆ ระหว่างชงมักอยู่ที่ประมาณ 8-9 บาร์ อยู่ดี ตัวเลขบนกล่องกับสิ่งที่เกิดในถ้วยจึงไม่ได้ห่างกันมากอย่างที่คิด

ผลที่รู้สึกได้ในถ้วยจริงๆ คือ crema และความเข้มข้น ถ้าบดกาแฟได้ละเอียดพอและกดสม่ำเสมอ มือกดดีๆ ให้ crema ที่หนาและสีน้ำตาลทองได้ไม่ต่างจากไฟฟ้าระดับกลางมากนัก สำหรับคนดื่มทั่วไปที่ไม่ได้แยกแยะละเอียดมาก ความต่างในถ้วยอาจไม่ใช่ประเด็นหลักเลย

#1Ratika | NEW ROK Presso Smartshot : เครื่องชงเอสเพรซโซ่ ไม่ใช้ไฟฟ้า
Ratika | NEW ROK Presso Smartshot : เครื่องชงเอสเพรซโซ่ ไม่ใช้ไฟฟ้า
4.9฿5,841ขาย 20

ROK Presso Smartshot เป็นเครื่องชงเอสเพรสโซ่แบบมือกดที่ไม่ใช้ไฟฟ้า ตรงกับหัวข้อบทความ และมี rating สูง (4.92) ที่แสดงว่าผู้ใช้พอใจในคุณภาพการชง

ดูสินค้า

ประเด็นที่ต่างชัดกว่าคือ ความสม่ำเสมอ — เครื่องไฟฟ้าให้แรงดันคงที่ทุกครั้ง ส่วนมือกดขึ้นอยู่กับมือคนชงด้วย วันที่รีบหรือมือหนักเบาต่างกัน รสชาติก็จะขยับตาม

เวลาและขั้นตอน ตอนรีบเช้าๆ มันต่างกันมาก

ลองนึกภาพเช้าวันธรรมดาที่ต้องออกจากบ้านใน 30 นาที ขั้นตอนจริงของทั้งสองแบบต่างกันพอสมควร

เครื่องไฟฟ้า โดยทั่วไป:

  • กดเปิดเครื่อง รอเครื่องอุ่น 1-2 นาที
  • ใส่กาแฟบดหรือแคปซูล กดชง รอ 25-30 วินาที
  • ล้างถาดและด้ามชง 1-2 นาที

เครื่องชงกาแฟแบบมือกด โดยทั่วไป:

  • ต้มน้ำร้อนแยกต่างหาก 3-5 นาที
  • บดกาแฟ อัดผง กด ชง 2-3 นาที
  • ล้างชิ้นส่วนหลายชิ้น 3-5 นาที

รวมแล้วมือกดใช้เวลาตั้งแต่เริ่มถึงล้างเสร็จนานกว่าไฟฟ้าชัดเจน ถ้าเช้าไหนรีบจริงๆ ความต่างตรงนี้รู้สึกได้ทันที ครัวบ้านที่ทุกคนต้องออกพร้อมกัน ขั้นตอนยิ่งสำคัญ

พื้นที่และการเก็บ ครัวแคบนับทุกเซนติเมตร

ครัวบ้านส่วนใหญ่ไม่ได้กว้างขวาง เคาน์เตอร์มักเต็มไปด้วยของใช้ประจำอยู่แล้ว เครื่องชงกาแฟแบบมือกดส่วนใหญ่มีขนาดเล็กกว่าและน้ำหนักเบากว่าไฟฟ้ามาก บางรุ่นเก็บใส่ลิ้นชักหรือยกใส่กระเป๋าไปได้เลย

ข้อได้เปรียบนี้ชัดมากในสองกรณี คือครัวที่พื้นที่เคาน์เตอร์จำกัด และคนที่เดินทางบ่อยหรืออยากชงกาแฟสดนอกบ้าน เครื่องไฟฟ้าแม้แต่รุ่นขนาดเล็กก็ยังต้องการปลั๊กและพื้นที่วางถาวร เคลื่อนย้ายบ่อยๆ ไม่สะดวก


อ่านคู่กัน: เครื่องชงกาแฟมือใหม่

มือกดเหมาะกับคนแบบไหน บอกตรงๆ จากการใช้จริง

ไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อมือกดแล้วจะชอบ และไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อไฟฟ้าแล้วจะคุ้ม ลองดูว่าชีวิตครัวแบบไหนที่มือกดจะอยู่ได้นาน

คนที่มือกดเหมาะมาก

มือกดเหมาะกับคนที่มองการชงกาแฟเป็น ส่วนหนึ่งของกิจวัตรที่ชอบ ไม่ใช่แค่ขั้นตอนก่อนออกจากบ้าน ถ้าเช้าไหนมีเวลา 10-15 นาที นั่งชงอย่างตั้งใจ แบบนี้มือกดให้ความรู้สึกที่ไฟฟ้าให้ไม่ได้

กลุ่มที่มักพอใจกับมือกดจริงๆ:

  • คนที่ดื่มกาแฟ วันละ 1-2 แก้ว ไม่ต้องรีบ
  • คนที่สนใจกระบวนการชง ชอบทดลองปรับรสชาติ
  • คนเดินทางบ่อย อยากชงเอสเพรสโซ่สดโดยไม่ต้องพึ่งปลั๊ก
  • คนที่อยากลองชงกาแฟสดที่บ้านในงบไม่มาก ก่อนตัดสินใจลงทุนกับไฟฟ้า

ข้อดีอีกอย่างที่มักมองข้ามคือ มือกดไม่มีชิ้นส่วนไฟฟ้าที่พังหรือต้องซ่อม ถ้าดูแลดีอายุการใช้งานยาวมาก

คนที่ควรเลือกไฟฟ้าแทน

มีบางชีวิตครัวที่มือกดจะทำให้หงุดหงิดมากกว่าสนุก และซื่อสัตย์กับตัวเองตรงนี้จะประหยัดเงินได้มาก

กลุ่มที่ไฟฟ้าเหมาะกว่าชัดเจน:

  • คนที่เช้าทุกวันรีบ ต้องการกาแฟในมือ ภายใน 5 นาที
  • บ้านที่ชงให้ 2-3 คนขึ้นไป ทุกเช้า ชงซ้ำหลายรอบต่อวัน
  • คนที่ไม่อยากยุ่งกับเทคนิคการบดหรืออัดผง แค่กดปุ่มแล้วได้กาแฟ
  • คนที่ชอบเครื่องดื่มหลากหลาย เช่น ลาเต้ คาปูชิโน่ ที่ต้องการหัวตีฟองนมในตัว
#3เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ BENO รุ่น BN3 และรุ่น BN3 MILK Touch
เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่ BENO รุ่น BN3 และรุ่น BN3 MILK Touch
4.9฿3,389ขาย 218

BENO BN3 เป็นเครื่องชงกาแฟแบบไฟฟ้าที่มาพร้อมอะแดปเตอร์หลายแบบ ใช้ได้กับกาแฟบด แคปซูล Nespresso และ Dolce Gusto ทำให้เหมาะสำหรับเปรียบเทียบกับมือกด

ดูสินค้า
#5SAMI เครื่องชงกาแฟ เครื่องทำกาแฟเอสเปรสโซ่ Espresso อัตโนมัติ สกัดด้วยแรงดันสูง 20 Bar 1.6L
SAMI เครื่องชงกาแฟ เครื่องทำกาแฟเอสเปรสโซ่ Espresso อัตโนมัติ สกัดด้วยแรงดันสูง 20 Bar 1.6L
4.9฿2,035ขาย 39

SAMI เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ่อัตโนมัติ 20 Bar ราคา 2,035 บาท มีการรับประกัน 3 ปี ช่วยให้ผู้อ่านเห็นความแตกต่างในด้านความสะดวกและความทนทานเมื่อเทียบกับมือกด

ดูสินค้า

ถ้าเช็กตัวเองแล้วอยู่ในกลุ่มนี้มากกว่า ไม่ต้องฝืนซื้อมือกดเพราะดูดีหรือราคาถูกกว่า ความสะดวกที่ได้ทุกเช้าคุ้มกว่าแน่นอน


จุดที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับเครื่องชงกาแฟแบบมือกด

มือกดมีทั้งคนรักและคนผิดหวังในสัดส่วนที่สูงกว่าไฟฟ้า ส่วนใหญ่ไม่ได้เพราะของแย่ แต่เพราะความคาดหวังไม่ตรงกับความเป็นจริง

ราคาถูกกว่าไม่ได้แปลว่าง่ายกว่า

นี่คือจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุด มือกดราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ ดูเหมือนเริ่มต้นง่าย แต่จริงๆ แล้วต้องการทักษะมากกว่าไฟฟ้าหลายเท่า ทั้งความละเอียดของการบด ความสม่ำเสมอของการอัดผง และแรงกดที่ต้องคงที่ตลอด

ช่วงเรียนรู้ของมือกดมีจริง กาแฟถ้วยแรกๆ อาจออกมาเปรี้ยวเกิน ขมเกิน หรือ crema บางมาก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคาดหวังว่าซื้อมาแล้วจะชงได้อร่อยเหมือนร้านทันที ความผิดหวังมักตามมาเร็ว ไฟฟ้าไม่มีช่วงนี้ กดปุ่มครั้งแรกก็ได้กาแฟที่ผลลัพธ์ใกล้เคียงทุกครั้งแล้ว

กาแฟบดสำเร็จรูปกับมือกด ใช้ด้วยกันได้แค่ไหน

ใช้ได้ แต่ผลลัพธ์จะต่างกันมาก กาแฟบดสำเร็จรูปที่ขายในซองทั่วไปมักบดมาสำหรับกาแฟดริปหรือโมก้าพอต ความละเอียดไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเอสเพรสโซ่ ถ้าเอามาใช้กับมือกด น้ำจะไหลผ่านเร็วเกินไป ได้กาแฟที่จืดและไม่มี crema

การชงเอสเพรสโซ่ที่บ้านให้ได้ผลดีจริงๆ ต้องบดกาแฟสดเองในระดับละเอียด ซึ่งหมายความว่าต้องมีเครื่องบดด้วย ถ้ายังไม่มีและยังไม่อยากลงทุน ทางออกคือซื้อกาแฟบดสดจากร้านที่บดให้ในระดับเอสเพรสโซ่โดยเฉพาะ แล้วเก็บในกระป๋องปิดสนิท ใช้ให้หมดภายใน 1-2 สัปดาห์

#6LAHOME เครื่องบดกาแฟแบบ Coffee Grinder Conical Burr เครื่องบดแบบปรับเสี้ยนได้ w/ 38 การตั้งค่าสำหรับกาแฟดริปเอสเปรสโซ
LAHOME เครื่องบดกาแฟแบบ Coffee Grinder Conical Burr เครื่องบดแบบปรับเสี้ยนได้ w/ 38 การตั้งค่าสำหรับกาแฟดริปเอสเปรสโซ
4.9฿1,448ขาย 32

LAHOME เครื่องบดกาแฟแบบ Conical Burr ปรับเสี้ยนได้ 38 ระดับ เป็นอุปกรณ์เสริมสำคัญที่ผู้ใช้มือกดต้องมี เพราะคุณภาพการบดกาแฟส่งผลต่อผลลัพธ์การชง

ดูสินค้า

ถ้าเริ่มติดใจมือกดและชงบ่อยขึ้น การมีเครื่องบดเองจะเปลี่ยนคุณภาพในถ้วยได้ชัดเจนกว่าการอัปเกรดเครื่องชงอีก


เทียบราคาและอายุการใช้งาน มือกดคุ้มกว่าจริงไหม

ราคาตอนซื้อเป็นแค่ส่วนเดียวของภาพ ต้องดูด้วยว่าใช้ได้นานแค่ไหน ซ่อมง่ายไหม และมีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรบ้าง

ต้นทุนที่มองไม่เห็นของทั้งสองแบบ

ราคาหน้ากล่องบอกแค่ครึ่งเรื่อง อีกครึ่งอยู่ที่ค่าใช้จ่ายที่ตามมาทีหลัง ซึ่งสองแบบต่างกันพอสมควร

ต้นทุนแฝงที่ควรนึกถึง:

มือกด:

  • กาแฟบดสด (ราคาใกล้เคียงกาแฟทั่วไป ไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษ)
  • ถ้าต้องการผลลัพธ์ดี ต้องมีเครื่องบดเพิ่ม (1,000-2,000+ บาท)
  • ค่าไฟแทบไม่มี เพราะใช้น้ำร้อนจากกาต้มน้ำ
  • อะไหล่น้อย ซ่อมง่าย อายุการใช้งานยาว

เครื่องไฟฟ้า:

  • ถ้าใช้แคปซูล ค่ากาแฟต่อแก้วสูงกว่ากาแฟบดหลายเท่า
  • ถ้าใช้กาแฟบด ค่าใช้จ่ายใกล้เคียงมือกด
  • ค่าไฟมีบ้าง แต่ไม่มาก
  • ชิ้นส่วนไฟฟ้ามีโอกาสเสียหลังใช้งานนาน ค่าซ่อมหรือเปลี่ยนเครื่องอาจสูง
#4Ksrain รับประกัน 3 ปี 20 bar เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซแรงดันสูง แบบกึ่งอัตโนมัติ ขนาดเล็กใช้ในบ้านหรือสำนักงานพร้อมหัวตีฟองนม
Ksrain รับประกัน 3 ปี 20 bar เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซแรงดันสูง แบบกึ่งอัตโนมัติ ขนาดเล็กใช้ในบ้านหรือสำนักงานพร้อมหัวตีฟองนม
4.8฿1,068ขาย 118

Ksrain เครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซแรงดันสูง 20bar แบบกึ่งอัตโนมัติ ราคากลาง (1,068 บาท) เหมาะสำหรับเปรียบเทียบราคาและอายุการใช้งานกับมือกด

ดูสินค้า

สำหรับคนที่ดื่มกาแฟบดปกติ ต้นทุนต่อแก้วของทั้งสองแบบไม่ต่างกันมาก ตัวแปรสำคัญกว่าคืออายุการใช้งาน มือกดที่ไม่มีชิ้นส่วนไฟฟ้ามักอยู่ได้นานกว่าถ้าดูแลดี

มือกดราคาต่างกันมาก ตรงไหนที่จ่ายเพิ่มแล้วได้จริง

มือกดในตลาดมีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน ความต่างไม่ได้อยู่แค่วัสดุ แต่อยู่ที่ ความสม่ำเสมอของแรงดัน และ ความทนทานในการใช้งานระยะยาว

รุ่นราคาต่ำกว่า 500 บาท ส่วนใหญ่ให้แรงดันได้ไม่คงที่ โครงสร้างไม่แข็งแรงพอสำหรับการใช้งานหนัก ผลลัพธ์ในถ้วยจะขึ้นๆ ลงๆ ตามแรงกดแต่ละครั้ง รุ่นช่วง 1,000-3,000 บาท เริ่มให้ความแม่นยำที่ดีขึ้น วัสดุทนกว่า และบางรุ่นออกแบบมาให้กดได้นุ่มกว่า

จุดที่จ่ายเพิ่มแล้วได้ผลจริงๆ คือช่วงนี้ ส่วนรุ่นที่แพงกว่า 5,000 บาทขึ้นไป มักเป็นเรื่องของวัสดุพรีเมียมและดีไซน์มากกว่าผลลัพธ์ในถ้วยที่ต่างอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าเพิ่งเริ่มและยังไม่แน่ใจว่าจะชอบ ช่วงกลางคือจุดที่คุ้มที่สุด

อ่านเพิ่มเติม: กาแฟ Drip Bag กาแฟแคปซูล

ใครควรเลือกอะไร ตัดสินใจใน 2 นาที

มือกดหรือไฟฟ้า คำตอบอยู่ที่ว่าเช้าวันธรรมดาของคุณเป็นแบบไหน ถ้าชงกาแฟคือพิธีกรรมที่อยากใช้เวลากับมัน มือกดจะให้ความรู้สึกที่ไฟฟ้าให้ไม่ได้ แต่ถ้าต้องการกาแฟในมือก่อนออกจากบ้านโดยไม่ต้องคิดอะไร ไฟฟ้าชนะทุกวัน เปิดมือถือขึ้นมาแล้วถามตัวเองแค่ข้อเดียว — เช้าที่แล้วคุณมีเวลาให้กาแฟกี่นาที ถ้าคำตอบคือ 'ไม่เกิน 5 นาที' ให้เลือกไฟฟ้า ถ้าคำตอบคือ 'แล้วแต่วัน' ให้เริ่มจากมือกดราคากลางก่อน แล้วค่อยอัปเกรดถ้าติดใจ

เลือกดูหมวดอื่นเพิ่มเติมได้จากหน้าแรก KitzYou

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องชงกาแฟแบบมือกดชงได้รสชาติเหมือนร้านไหม

ใกล้เคียงได้ถ้าใช้กาแฟบดสดและเทคนิคถูกต้อง แต่ต้องใช้เวลาฝึกพอสมควร เครื่องมือกดที่ดีให้แรงดันได้ถึงระดับที่ crema ขึ้นจริง แต่ความสม่ำเสมอทุกแก้วทำได้ยากกว่าไฟฟ้า

เครื่องชงกาแฟมือกดต้องใช้กาแฟบดละเอียดแค่ไหน

ต้องบดละเอียดระดับเอสเพรสโซ่ ซึ่งละเอียดกว่ากาแฟดริปหรือกาแฟกรองทั่วไป ถ้าใช้กาแฟบดสำเร็จรูปทั่วไปมักได้รสชาติอ่อนและไม่มี crema ควรซื้อกาแฟที่ระบุว่าบดสำหรับเอสเพรสโซ่โดยเฉพาะ

เครื่องชงกาแฟแบบมือกดล้างยากไหม

ล้างง่ายกว่าไฟฟ้าในหลายรุ่น เพราะชิ้นส่วนน้อยและไม่มีท่อภายใน ส่วนใหญ่แยกชิ้นล้างด้วยน้ำเปล่าได้เลย ใช้เวลาไม่เกิน 2-3 นาที

เครื่องชงกาแฟมือกดราคาเท่าไหร่ถึงจะใช้ได้จริง

ช่วงราคาหลักร้อยถึงพันต้นๆ มีทางเลือกที่ใช้งานได้จริง ของถูกมากต่ำกว่า 300 บาทมักมีปัญหาเรื่องซีลและแรงดันรั่ว ช่วง 500-1,500 บาทให้คุณภาพที่คุ้มค่าสำหรับคนเริ่มต้น

เครื่องชงกาแฟมือกดพกพาไปต่างประเทศได้ไหม

ได้ เป็นจุดแข็งหลักของมือกด ไม่ต้องใช้ไฟฟ้า น้ำหนักเบา ขนาดเล็กพอใส่กระเป๋าสัมภาระถือขึ้นเครื่อง เหมาะมากสำหรับคนที่ดื่มเอสเพรสโซ่เป็นประจำและไม่อยากพึ่งกาแฟโรงแรม

สินค้าแนะนำในหมวดนี้

ดูทั้งหมด ›

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไปหมวด กาแฟ & เครื่องดื่ม