หลักการชงที่ต่างกันตั้งแต่ต้น
ก่อนเทียบรสหรือราคา ต้องเข้าใจก่อนว่าสองชิ้นนี้ทำงานคนละแบบกันสิ้นเชิง วิธีที่น้ำผ่านกาแฟบดคือสิ่งที่กำหนดทุกอย่างที่ตามมา
โมก้าพอท ใช้แรงดันไอน้ำ
โมก้าพอททำงานด้วยความร้อน ส่วนล่างของหม้อบรรจุน้ำ พอตั้งไฟ น้ำร้อนจะกลายเป็นไอและสร้างแรงดัน ดันน้ำร้อนขึ้นผ่านผงกาแฟที่อัดอยู่ในตะกร้ากลาง แล้วพุ่งออกมาที่ส่วนบน
แรงดันที่ได้อยู่ที่ประมาณ 1-2 บาร์ ต่างจากเครื่องเอสเปรสโซจริงๆ ที่ต้องการ 9 บาร์ ขึ้นไป นั่นหมายความว่ากาแฟที่ได้จากโมก้าพอทเข้มข้นและมี Body หนัก แต่ไม่เหมือนเอสเปรสโซทุกประการ ไม่มีครีมา ไม่มีความนุ่มแบบเดียวกัน เป็นสิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคาดหวัง
ดริป ใช้แรงโน้มถ่วงและเวลา
ดริปไม่มีแรงดัน น้ำร้อนถูกเทลงบนผงกาแฟในตัวกรอง แล้วซึมผ่านลงมาช้าๆ ด้วยแรงโน้มถ่วงล้วนๆ ตัวแปรที่คุมได้มีสามตัวหลัก ได้แก่ อุณหภูมิน้ำ ความเร็วในการเท และขนาดของกาแฟบด
เพราะน้ำสัมผัสกาแฟนานกว่าและแรงดันต่ำกว่า สารที่ละลายออกมาจึงต่างกัน กาแฟดริปดึงกลิ่นหอมและกรดอินทรีย์ออกมาได้ดี ได้ปริมาณมากกว่าต่อครั้ง เหมาะกับคนที่ดื่มทีละแก้วใหญ่หรือชงให้หลายคน
รสชาติที่ได้จากแต่ละแบบ
นี่คือจุดที่ตัดสินว่าใครควรใช้อะไร รสไม่ใช่แค่เรื่องชอบหรือไม่ชอบ มันเกี่ยวกับว่าคุณดื่มกาแฟแบบไหนในชีวิตประจำวัน
โมก้าพอท ให้รสเข้ม Body หนัก
กาแฟจากโมก้าพอทมีความเข้มข้นสูง ดื่มแล้วรู้สึกได้ถึงน้ำหนักในปาก ความขมชัดเจน มีรสที่เรียกว่า "เต็มปาก" ถ้าคุมไฟดี รสจะเข้มแต่ไม่ไหม้ ถ้าไฟแรงเกินหรือทิ้งไว้บนเตานานเกินไป จะได้รสขมไหม้ที่แก้ไม่ได้
ปริมาณที่ได้ต่อครั้งน้อย โมก้าพอทขนาด 2 คัพได้กาแฟประมาณ 60-80 มล. เท่านั้น เหมาะกับคนที่ดื่มทีละน้อยแต่อยากได้รสจัด
ดริป ให้รสใส กลิ่นหอมชัด
ดริปให้กาแฟที่ละเอียดกว่าในแง่รส กลิ่นหอมของเมล็ดออกมาชัดกว่ามาก เมล็ดที่มีโน้ตผลไม้หรือช็อกโกแลตจะแสดงตัวออกมาได้เต็มที่ในวิธีนี้ ความเปรี้ยวและความหวานสมดุลกว่า ไม่ถูกกดทับด้วยความขมหนักๆ
ถ้าอยากรู้จริงๆ ว่าเมล็ดที่ซื้อมาจากไร่ไหนรสเป็นยังไง ดริปคือวิธีที่บอกได้ชัดที่สุด
ORIGAMI Dripper ทำในญี่ปุ่น รูด้านล่างกว้าง ควบคุมการไหลได้ดี — เหมาะสำหรับคนที่บทความบอกว่าอยากสัมผัส flavor ของเมล็ดจริงๆ
ดูสินค้าถ้าใส่นมหรือทำเมนูผสม ผลต่างกันอย่างไร
โมก้าพอทเป็นฐานที่ดีสำหรับเมนูใส่นม กาแฟเข้มพอที่จะไม่หายไปเมื่อเจือจางด้วยนม ลาเต้หรือคาปูชิโนที่บ้านทำได้จริงถ้ามีโมก้าพอทและนมร้อน
ดริปเป็นอีกเรื่อง ถ้าเทนมลงไปสักสองสามช้อน รสกาแฟจะจางลงจนแทบไม่เหลือ เพราะความเข้มข้นต้นทุนต่ำกว่า ดริปเหมาะดื่มดำหรือกับนมน้อยมากๆ เช่น หยดลงไปแค่นิดเดียวเพื่อลดความขม ไม่ใช่ใส่เต็มแก้ว
เจาะลึกต่อ: อุปกรณ์บาริสต้ามือใหม่
เทียบจากการใช้งานจริง 4 แง่
สเปกบนกล่องบอกได้แค่ขนาดและวัสดุ สิ่งที่บอกไม่ได้คือความรู้สึกตอนใช้ทุกเช้า เทียบ 4 แง่ที่คนชงกาแฟที่บ้านเจอจริง
ความยากง่ายในการชง
ทั้งสองชิ้นมีเรื่องต้องฝึก แต่คนละจุดกันชัดเจน
โมก้าพอทต้องฝึก "ฟังเสียง" กาแฟที่เริ่มพุ่งออกมาจะมีเสียงฟู่ จังหวะนั้นต้องยกลงทันที ถ้าช้าไปแม้แค่ครึ่งนาทีรสเปลี่ยนแล้ว ส่วนดริปต้องฝึกเรื่องน้ำ ทั้งอุณหภูมิและความเร็วในการเท สิ่งที่แต่ละแบบต้องระวังต่างกันดังนี้
- โมก้าพอท — คุมไฟ, จับจังหวะยกลง, อัดผงกาแฟให้สม่ำเสมอ
- ดริป — คุมอุณหภูมิน้ำ, ความเร็วเท, ขนาดบดกาแฟ
ถ้าเพิ่งเริ่มชงกาแฟที่บ้าน ดริปให้โอกาสแก้ไขระหว่างชงได้มากกว่า เทช้าลงหรือเร็วขึ้นยังทันปรับ แต่โมก้าพอทพอตั้งไฟแล้วต้องอยู่กับมัน ทิ้งไปทำอย่างอื่นไม่ได้
กาคอห่านสแตนเลส 304 ควบคุมเส้นน้ำได้แม่น — จำเป็นสำหรับดริปที่บทความบอกว่าตวงน้ำผิดทีเดียวรสหายหมด
ดูสินค้าเวลาที่ใช้ต่อแก้ว
โมก้าพอทชงเร็วกว่าในแง่เวลาที่ไฟติด ประมาณ 4-6 นาที ตั้งแต่ตั้งเตาจนกาแฟออกครบ แต่ต้องรวมเวลาต้มน้ำร้อนไว้ล่วงหน้าด้วยถ้าอยากได้รสดี เพราะเติมน้ำเย็นแล้วตั้งไฟตรงๆ กาแฟจะอยู่บนความร้อนนานเกินไป
ดริปใช้เวลาชงจริงประมาณ 3-5 นาที แต่ต้องรวมเวลาต้มน้ำและรอให้อุณหภูมิลงมาก่อน รวมทั้งหมดแล้วสองแบบใกล้เคียงกันที่ 8-12 นาที ต่อครั้ง
การทำความสะอาดและดูแลรักษา
โมก้าพอทมีชิ้นส่วนหลายชิ้น ตัวล่าง ตะกร้ากาแฟ ปะเก็นยาง ตัวบน แต่ละชิ้นต้องล้างและเช็ดให้แห้งก่อนเก็บ ถ้าเก็บตอนยังชื้นอยู่โดยเฉพาะปะเก็นและรอยต่อโลหะ จะขึ้นสนิมหรือมีกลิ่นอับในครั้งต่อไป ไม่ต้องใช้น้ำยาล้างจาน ล้างน้ำเปล่าพอ
ดริปล้างง่ายกว่ามาก กรองกระดาษใช้แล้วทิ้ง ดริปเปอร์ล้างน้ำธรรมดา กาน้ำล้างตามปกติ ถ้าใช้กรองโลหะก็แค่ล้างน้ำแรงๆ ให้ผงกาแฟออก ไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องระวังเรื่องสนิม
กระดาษกรอง HARIO V60 ของแท้ 100 แผ่น — อุปกรณ์พื้นฐานที่ขาดไม่ได้สำหรับคนเลือกดริปตามที่บทความแนะนำ
ดูสินค้าต้นทุนกาแฟบดที่ใช้
โมก้าพอทต้องการกาแฟบดที่ละเอียดกว่าดริป ใกล้เคียงกับขนาดบดเอสเปรสโซ ถ้าซื้อกาแฟบดสำเร็จรูปต้องดูฉลากให้ดีว่าบดสำหรับอะไร กาแฟบดหยาบที่ขายทั่วไปให้รสจืดในโมก้าพอท
ดริปยืดหยุ่นกว่า ใช้ได้ตั้งแต่บดกลางไปถึงหยาบ ขึ้นอยู่กับดริปเปอร์และเวลาชงที่ต้องการ ถ้าซื้อเมล็ดมาบดเอง ดริปให้อิสระในการทดลองมากกว่า
จุดพลาดที่เจอบ่อยในแต่ละแบบ
ทั้งสองชิ้นมีจุดที่คนชงผิดซ้ำๆ ถ้ารู้ไว้ก่อนจะเซฟเวลาไปได้มาก
โมก้าพอท ไฟแรงเกินคือศัตรู
ไฟแรงไม่ได้ทำให้กาแฟเข้มขึ้น มันทำให้กาแฟไหม้ก่อนที่น้ำจะผ่านผงกาแฟได้ครบ รสขมไหม้ที่ได้ไม่ใช่ความเข้มที่ดี มันคือกาแฟที่ถูกทำลายไปแล้ว
วิธีที่ถูกคือ ไฟกลางค่อนข้างเบา รอให้กาแฟค่อยๆ ไหลออกมาอย่างสม่ำเสมอ พอเสียงเปลี่ยนจากไหลเป็นฟู่ ยกลงทันที อย่ารอให้หยุดเองบนเตา เพราะความร้อนที่ยังค้างอยู่จะทำให้กาแฟที่ค้างในตัวหม้อขมต่ออีก
ดริป น้ำร้อนเกินทำลาย flavor
น้ำเดือด 100 องศา ทำให้กาแฟขมและเสียกลิ่นหอม สารที่ดึงออกมาที่อุณหภูมิสูงเกินไปเป็นสารขมที่ไม่ต้องการ อุณหภูมิที่เหมาะสำหรับดริปอยู่ที่ 90-93 องศา
ถ้าไม่มีเทอร์โมมิเตอร์ วิธีง่ายที่สุดคือต้มน้ำให้เดือดแล้วรอ 30-45 วินาที ก่อนเท อุณหภูมิจะลงมาอยู่ในช่วงที่ใช้ได้ ไม่ต้องแม่นยำทุกองศาก็ชงอร่อยได้
เทอร์โมมิเตอร์ Timemore วัดอุณหภูมิน้ำก่อนดริป — ช่วยให้น้ำอยู่ในช่วงที่ดึง flavor ออกมาได้ตามที่บทความพูดถึงหลักการชง
ดูสินค้าตาชั่งดิจิตอล Timemore BLACK MIRROR basic 2 ชั่งน้ำหนักน้ำได้แม่น — แก้ปัญหาตวงน้ำผิดที่บทความเตือนว่าทำให้รสหายไปหมด
ดูสินค้าใครควรเลือกโมก้าพอท และใครควรเลือกดริป
ไม่มีตัวไหนดีกว่าตัวไหนในทุกกรณี มีแค่ตัวที่เหมาะกับคุณมากกว่า
เลือกโมก้าพอทถ้า
กาแฟที่ดื่มทุกวันต้องมี Body หนักและรสชัด นั่นคือสัญญาณที่ชัดที่สุด คนกลุ่มนี้มักดื่มกาแฟในปริมาณน้อยแต่อยากได้รสจัดจ้าน หรือใช้กาแฟเป็นฐานสำหรับทำเมนูอื่น
- ชอบดื่มกาแฟเข้มหรือกาแฟใส่นม ลาเต้ คาปูชิโน
- งบจำกัดแต่อยากได้รสใกล้เอสเปรสโซ (โมก้าพอทราคา 300-800 บาท ใช้ได้หลายปี)
- ดื่มทีละน้อย 60-80 มล. ต่อครั้งก็พอ
- ไม่ได้สนใจ flavor ละเอียดของเมล็ด อยากได้รสเข้มๆ มากกว่า
เลือกดริปถ้า
อยากรู้ว่าเมล็ดกาแฟที่ซื้อมารสเป็นยังไงจริงๆ ดริปคือคำตอบ เพราะวิธีนี้ดึง flavor ออกมาได้ชัดที่สุด คนที่ชอบทดลองเมล็ดจากหลายแหล่งจะได้ประโยชน์เต็มๆ
- ดื่มกาแฟดำหรือใส่นมน้อยมาก
- อยากสัมผัส flavor ของเมล็ด เช่น โน้ตผลไม้ ช็อกโกแลต ดอกไม้
- ชงครั้งละมากกว่า 200 มล. หรือชงให้หลายคน
- ชอบทดลองและปรับตัวแปรการชง
Timemore Turbo Dripper เพิ่ม flow rate น้ำไหลเร็วขึ้น 20% — ช่วยลดโอกาสน้ำขังและรสขมที่บทความระบุว่าเป็นจุดพลาดของดริป
ดูสินค้ากระดาษกรองใยญี่ปุ่นแท้ 100 แผ่น กลิ่นสะอาด ไม่บดบังรส — ตรงกับที่บทความบอกว่าดริปให้กลิ่นหอมชัดกว่าถ้าใช้อุปกรณ์ถูกต้อง
ดูสินค้า