KitzYou
หน้าแรกบทความเครื่องชงกาแฟมือใหม่ เลือกแบบไหนดีโดยไม่ต้องเดาสุ่ม

เครื่องชงกาแฟมือใหม่ เลือกแบบไหนดีโดยไม่ต้องเดาสุ่ม

KitzYou รวบรวมสินค้าครัวคุณภาพมาแนะนำ เมื่อสั่งซื้อผ่านลิงก์เราอาจได้รับค่าตอบแทนเล็กน้อยโดยคุณไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ราคา/สต็อกอัปเดต 24 ส.ค. 2569
เครื่องชงกาแฟมือใหม่ เลือกแบบไหนดีโดยไม่ต้องเดาสุ่ม

ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไร เห็นเครื่องชงกาแฟในร้านมีตั้งแต่หลักพันถึงหลักหมื่น หน้าตาต่างกัน ชื่อก็ไม่คุ้น ทั้ง espresso ทั้งดริป ทั้งแคปซูล กว่าจะรู้ว่าแต่ละแบบต่างกันยังไง ก็เสียเวลาอ่านสเปกไปหลายชั่วโมงโดยไม่ได้คำตอบ เพราะสเปกบนกล่องไม่ได้บอกว่าเหมาะกับคนชงเป็นครั้งแรกหรือเปล่า

ปัญหาของมือใหม่ส่วนใหญ่ไม่ใช่ว่าเครื่องไม่ดี แต่ซื้อเครื่องที่ใช้ยากเกินกว่าที่ตัวเองพร้อม พอชงแล้วได้กาแฟไม่อร่อย ก็โทษเครื่อง ทั้งที่จริงๆ ต้องโทษการเลือกตั้งแต่แรก

เครื่องชงกาแฟมีกี่แบบ และแต่ละแบบเหมาะกับใคร

ก่อนดูราคาหรือแบรนด์ ต้องรู้ก่อนว่าเครื่องแต่ละประเภทออกแบบมาสำหรับสไตล์การชงที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เลือกผิดประเภทแม้จะได้เครื่องดีก็ใช้ไม่สนุก

เครื่องแคปซูล — ชงง่าย ทำความสะอาดง่าย แต่ต้นทุนต่อแก้วสูง

เครื่องแคปซูลออกแบบมาให้ชงได้เร็วที่สุด ใส่แคปซูล กดปุ่ม รอไม่ถึงนาทีก็ได้กาแฟ ไม่มีกากให้จัดการ ไม่ต้องตวง ไม่ต้องบด เหมาะมากสำหรับคนที่อยากได้กาแฟเช้าโดยไม่อยากคิดอะไร

แต่มีเรื่องที่ต้องรู้ก่อนคือต้นทุนต่อแก้ว แคปซูลราคาประมาณ 10-15 บาทต่อแคปซูล ถ้าชงวันละ 2 แก้ว ปีนึงก็หายไป 7,000-10,000 บาท แค่ค่าแคปซูล ยังไม่นับราคาเครื่อง

สิ่งที่เครื่องแคปซูลทำไม่ได้คือปรับรสชาติเองได้มากนัก รสกาแฟขึ้นอยู่กับแคปซูลที่เลือก ถ้าชอบลองรสใหม่ๆ หรืออยากควบคุมความเข้มเองแบบละเอียด แบบนี้อาจไม่ใช่ทางของคุณ

เครื่องแคปซูลเหมาะกับคนที่:

  • ยังไม่แน่ใจว่าจะชงบ่อยแค่ไหน อยากลองก่อนโดยไม่ลงทุนสูง
  • ให้ความสะดวกเป็นอันดับหนึ่ง ไม่อยากยุ่งกับกระบวนการชง
  • ไม่ได้ซีเรียสเรื่องรสชาติมากพอที่จะเรียนรู้เพิ่ม

ถ้าตัดสินใจเลือกแบบนี้ ลองคำนวณต้นทุนแคปซูลต่อเดือนก่อนซื้อเครื่อง จะได้รู้ว่าคุ้มกับไลฟ์สไตล์ตัวเองไหม

#4KRUPS เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น KP2401 สีขาว KP240B66 สีเทา ระบบ LED
KRUPS เครื่องชงกาแฟแคปซูล รุ่น KP2401 สีขาว KP240B66 สีเทา ระบบ LED
4.9฿2,599ขาย 15

เครื่องแคปซูล KRUPS Dolce Gusto ราคา 2,599 บาท กดง่าย ไม่ต้องบดหรือตวงกาแฟ — ตรงกับกลุ่มมือใหม่ที่บทความระบุว่าซื้อเครื่องยากเกินตัวแล้วชงไม่อร่อย

ดูสินค้า

เครื่องดริปอัตโนมัติ — ชงทีละหลายแก้ว เหมาะครัวเรือน

เครื่องดริปอัตโนมัติคือเครื่องที่คนซื้อแล้วใช้ได้ยาวที่สุดโดยไม่ต้องเรียนอะไรเพิ่ม ใส่กาแฟบดสำเร็จลงในตะกร้ากรอง เติมน้ำ กดปุ่ม เดินไปแปรงฟันก็ได้กาแฟพอดี

ชงได้ทีละ 8-10 แก้ว ต้นทุนต่อแก้วต่ำกว่าแคปซูลชัดเจน กาแฟบดสำเร็จราคา 200-300 บาทต่อ 200 กรัม ชงได้ประมาณ 20-25 แก้ว เฉลี่ยแก้วละ 10-15 บาท และยังเลือกเมล็ดได้หลากหลายกว่า

ข้อจำกัดคือทำ espresso ไม่ได้ ถ้าอยากได้ลาเต้หรือคาปูชิโน เครื่องดริปทำให้ไม่ได้ นอกจากนั้นก็แทบไม่มีข้อเสียสำหรับคนที่ดื่มกาแฟดำหรือกาแฟใส่นมธรรมดา


เครื่อง espresso กึ่งอัตโนมัติ — ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด แต่ต้องเรียนรู้

เครื่อง espresso กึ่งอัตโนมัติคือเครื่องที่ให้รสชาติดีที่สุดในบ้าน แต่ก็เป็นเครื่องที่ต้องใช้เวลาเรียนรู้มากที่สุดด้วย

ตัวแปรที่ต้องควบคุมมีหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งความละเอียดของการบด ปริมาณกาแฟในพอร์ตาฟิลเตอร์ แรงแทมป์ อุณหภูมิน้ำ และเวลาสกัด ถ้าตัวใดตัวหนึ่งออกนอกเกณฑ์ รสชาติเปลี่ยนทันที

เพิ่งรู้ว่าแค่บดหยาบหรือละเอียดเกินไปนิดเดียว กาแฟก็ขมเกินหรือจืดเกินได้แล้ว ช่วงแรกที่หัดชงจึงต้องผิดพลาดและปรับไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแย่ แต่ต้องพร้อมรับความจริงข้อนี้ก่อน

เครื่อง espresso กึ่งอัตโนมัติเหมาะกับคนที่ชงบ่อย อยากพัฒนาทักษะ และสนุกกับกระบวนการชงพอๆ กับสนุกกับการดื่ม ถ้าอยากได้กาแฟเร็วๆ โดยไม่ยุ่งอะไร เครื่องแบบนี้จะทำให้หงุดหนิดมากกว่าสนุก


ดูเพิ่มที่: อุปกรณ์บาริสต้า ทำกาแฟบ้าน

ดู-จับ-ลอง เลือกเครื่องชงกาแฟมือใหม่ให้ตรงตัว

สามแกนนี้คือสิ่งที่ควรเช็กก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟตัวแรก ไม่ใช่ดูแค่สเปกหรือรีวิวดาว แต่ต้องเอาไปเทียบกับชีวิตจริงของตัวเอง

ไล่ ดู-จับ-ลอง ตามจังหวะ อย่าข้ามขั้น เพราะแต่ละแกนบอกคนละเรื่อง และต้องครบทั้งสามถึงจะตัดสินใจได้ถูก

ดู — ความถี่และปริมาณที่ชงต่อวัน

ก่อนดูราคา ดูตัวเองก่อน ถามว่าชงวันละกี่แก้ว ชงคนเดียวหรือหลายคน และชงทุกวันจริงๆ หรือแค่คิดว่าจะชง

ความถี่ตัดสินใจเรื่องนี้ได้เยอะมาก คนที่ชงวันละแก้วเดียวกับคนที่ชงวันละสี่แก้วต้องการเครื่องต่างกัน ลงทุนต่างกัน และประเภทเครื่องที่คุ้มก็ต่างกัน

ลองตอบคำถามสั้นๆ สามข้อนี้ก่อน:

  • ชงวันละกี่แก้ว และกี่วันต่อสัปดาห์
  • ดื่มคนเดียวหรือมีคนในบ้านดื่มด้วย
  • อยากได้กาแฟแบบไหน เอสเปรสโซ กาแฟดำ หรือกาแฟนม

ถ้าชงน้อยกว่า 3-4 แก้วต่อวัน และดื่มคนเดียว เครื่องแคปซูลหรือดริปขนาดเล็กก็เพียงพอ ถ้าชงให้ทั้งบ้านทุกเช้า เครื่องดริปอัตโนมัติที่ชงได้ทีละหลายแก้วคุ้มกว่าชัดเจน

จับ — งบประมาณทั้งตัวเครื่องและต้นทุนต่อแก้วระยะยาว

ราคาเครื่องกับต้นทุนจริงไม่ใช่ตัวเลขเดียวกัน นี่คือเรื่องที่มือใหม่พลาดกันบ่อยที่สุด

เครื่องแคปซูลราคา 2,000-3,000 บาท ฟังดูไม่แพง แต่ถ้าชงวันละ 2 แก้ว ค่าแคปซูลเดือนละ 600-900 บาท ปีละ 7,000-10,000 บาท เทียบกับเครื่องดริปอัตโนมัติราคา 1,500-2,000 บาท ที่ใช้กาแฟบดสำเร็จเดือนละ 200-300 บาท ความต่างชัดขึ้นมาทันที

ส่วนเครื่อง espresso กึ่งอัตโนมัติมีต้นทุนซ่อนอยู่อีกชั้น คือเครื่องบดกาแฟ ถ้าอยากได้รสชาติดีจริง ต้องบดสด ซึ่งแปลว่าต้องบวกค่าเครื่องบดเข้าไปในงบตั้งแต่แรก ไม่ใช่ทีหลัง

จับตัวเลขทั้งหมดให้ครบก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่แค่ราคาที่เห็นบนหน้าร้าน

ลอง — ความพร้อมในการเรียนรู้และดูแลเครื่อง

ถามตัวเองตรงๆ ว่าพร้อมดูแลเครื่องมากแค่ไหน เพราะแต่ละแบบมีภาระต่างกันมาก

เครื่องแคปซูลแทบไม่ต้องทำอะไร เปลี่ยนแคปซูล ล้างถาดรองน้ำ เดือนละครั้งก็พอ เครื่องดริปอัตโนมัติก็ไม่ยาก ล้างตะกร้ากรองหลังใช้ ล้างหม้อพักกาแฟ ทำสม่ำเสมอก็อยู่ได้นาน

แต่เครื่อง espresso ต้องล้างกรุ๊ปเฮดทุกวัน ทำ backflush เป็นประจำ ถ้าใช้ steam wand ทำฟองนมก็ต้องเช็ดทันทีหลังใช้ทุกครั้ง ถ้าขี้เกียจทำสิ่งเหล่านี้ เครื่องพังเร็วและรสชาติเปลี่ยนไปในทางที่แย่ลง

ดู-จับ-ลอง ครบสามแกนแล้ว ก็จะรู้เองว่าตัวเองอยู่กลุ่มไหน ซึ่งพาไปสู่ขั้นต่อไปคือเลือกตัวเครื่องให้ตรงกลุ่มนั้น


เครื่องชงกาแฟมือใหม่ที่น่าลองในแต่ละกลุ่ม

หลังจากรู้แล้วว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน ต่อไปคือตัวเลือกที่คัดมาให้ดูในแต่ละประเภท เน้นที่ใช้งานได้จริงสำหรับคนเพิ่งเริ่ม ไม่ใช่เครื่องที่ดีที่สุดในโลก แต่เหมาะที่สุดสำหรับจุดเริ่มต้น

กลุ่มแคปซูล — เริ่มต้นง่าย ไม่ต้องคิดมาก

ถ้าผ่านขั้น ดู มาแล้วและรู้ว่าตัวเองชงไม่บ่อย อยากได้ความสะดวกก่อน กลุ่มแคปซูลคือทางที่ตรงที่สุด

สิ่งที่ต้องดูในเครื่องแคปซูลสำหรับมือใหม่คือระบบที่ใช้ เพราะแคปซูลของแต่ละระบบใช้ด้วยกันไม่ได้ ระบบ Nespresso กับ Dolce Gusto ต่างกัน ก่อนซื้อเครื่องต้องดูด้วยว่าแคปซูลหาซื้อได้ง่ายแค่ไหน และราคาต่อแคปซูลอยู่ที่เท่าไหร่

ถ้าอยากลองชงกาแฟโดยไม่ใช้ไฟฟ้าเลย French Press ก็เป็นอีกตัวเลือกที่ลงทุนน้อยมาก ใส่กาแฟบด เทน้ำร้อน รอ 4 นาที กด ได้กาแฟเต็มๆ ไม่ต้องพึ่งแคปซูลหรือไฟฟ้า

#1Gion-French Press 350 ml สีดำ กาเฟรนช์เพรส เครื่องชงกาแฟแบบกด แก้วชงกาแฟสด มีตัวกรองในตัว
Gion-French Press 350 ml สีดำ กาเฟรนช์เพรส เครื่องชงกาแฟแบบกด แก้วชงกาแฟสด มีตัวกรองในตัว
4.8฿63ขาย 167

French Press ราคา 63 บาท ใช้งานง่ายไม่ต้องพึ่งไฟฟ้า เหมาะกับมือใหม่ที่อยากลองชงกาแฟโดยไม่ต้องลงทุนสูง — ตรงกับกลุ่มเครื่องชงแบบไม่ใช้ไฟที่บทความแนะนำ

ดูสินค้า

กลุ่มดริปอัตโนมัติ — คุ้มค่าสำหรับคนชงทุกเช้า

คนที่ชงกาแฟดำทุกเช้า หรือบ้านที่ดื่มพร้อมกันหลายคน กลุ่มนี้คุ้มที่สุดในระยะยาว ต้นทุนต่อแก้วต่ำ ดูแลง่าย และไม่ต้องเรียนรู้เทคนิคอะไรเพิ่ม

สิ่งที่ต้องดูก่อนซื้อคือความจุของเหยือก ถ้าชงคนเดียว ขนาด 4-5 แก้ว ก็พอ ถ้าชงให้ทั้งบ้าน ดูรุ่นที่รองรับ 8-10 แก้ว ขึ้นไป

#2Electrolux เครื่องชงกาแฟแบบดริป UltimateTaste 500 รุ่น E5CM1-80ST ความจุ 1.25 ลิตร
Electrolux เครื่องชงกาแฟแบบดริป UltimateTaste 500 รุ่น E5CM1-80ST ความจุ 1.25 ลิตร
4.9฿1,869ขาย 44

เครื่องดริปไฟฟ้า Electrolux ราคาต่ำกว่า 2,000 บาท ชงได้ 10 แก้วต่อครั้ง ใช้งานกดปุ่มเดียว — เหมาะกับมือใหม่ที่ต้องการความสะดวกโดยไม่ต้องเรียนรู้เทคนิคมาก

ดูสินค้า

ถ้าอยากลองดริปแบบมือหนึ่งก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องไฟฟ้า ชุดดริปพกพาก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ลงทุนน้อย เรียนรู้กระบวนการดริปได้จริง และถ้าชอบก็ค่อยอัปเกรดทีหลัง

#6ชุดดริปกาแฟพกพา อุปกรณ์ดริปกาแฟ มีหลายชุดให้เลือก
ชุดดริปกาแฟพกพา อุปกรณ์ดริปกาแฟ มีหลายชุดให้เลือก
4.8฿349ขาย 89

ชุดดริปกาแฟพกพาครบเซ็ต ราคา 349 บาท มีดริปเปอร์+เซิร์ฟเวอร์+กาดริป — ให้มือใหม่ลองดริปได้ทันทีโดยไม่ต้องหาซื้ออุปกรณ์แยกชิ้น

ดูสินค้า

กลุ่ม espresso กึ่งอัตโนมัติ — สำหรับมือใหม่ที่พร้อมเรียนรู้

กลุ่มนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน แต่สำหรับคนที่ผ่านขั้น ลอง มาแล้วและตอบตัวเองได้ว่าพร้อมเรียนรู้จริง เครื่อง espresso กึ่งอัตโนมัติให้รสชาติที่ไม่มีเครื่องแบบอื่นทำแทนได้

สิ่งที่ทำให้มือใหม่เลือกผิดบ่อยคือไปซื้อเครื่องที่ซับซ้อนเกินไปตั้งแต่แรก เครื่องที่ดีสำหรับจุดเริ่มต้นควรมีระบบช่วยที่ลดตัวแปร เช่น ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ หรือหัวชงที่ให้แรงดันสม่ำเสมอ เพื่อให้ความผิดพลาดน้อยลงในช่วงแรก

#3Duchess เครื่องชงกาแฟ ระบบอัตโนมัติ รุ่น CM5810B ก้านขนาด 58 มม.
Duchess เครื่องชงกาแฟ ระบบอัตโนมัติ รุ่น CM5810B ก้านขนาด 58 มม.
4.9฿4,120ขาย 627

Duchess CM5810B ขายดีกว่า 600 ชิ้น rating 4.91 — เป็นเครื่อง semi-auto ราคากลางที่มือใหม่ที่อยากเรียนรู้ espresso จริงจังเลือกได้โดยไม่ต้องจ่ายหลักหมื่น

ดูสินค้า

ถ้าอยากชงลาเต้หรือคาปูชิโนเองที่บ้านด้วย ต้องดูว่าเครื่องมี steam wand หรือระบบทำฟองนมมาให้ไหม บางรุ่นมีในตัวเลย ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

#5Alectric เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ พร้อมทำฟองนม 1.4 ลิตร รุ่น Aespresso One
Alectric เครื่องชงกาแฟอัตโนมัติ พร้อมทำฟองนม 1.4 ลิตร รุ่น Aespresso One
4.9฿2,590ขาย 55

Alectric Aespresso One รับประกัน 3 ปี ราคา 2,590 บาท มีระบบทำฟองนม — ครอบคลุมมือใหม่ที่อยากชง latte/cappuccino เองที่บ้านโดยไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่ม

ดูสินค้า

สุดท้าย ถ้าตัดสินใจเลือก espresso แล้ว เรื่องเครื่องบดก็ต้องคิดด้วย บดสดทุกครั้งก่อนชงให้ผลลัพธ์ต่างจากกาแฟบดสำเร็จชัดเจน เครื่องบดมือหมุนเป็นทางเลือกที่ลงทุนน้อยกว่าเครื่องบดไฟฟ้า และเหมาะกับมือใหม่ที่ยังอยู่ในช่วงเรียนรู้

#7TIMEMORECoffee Grinder C5 Series เครื่องบดกาแฟแบบมือหมุน ประกันศูนย์ไทย 1 ปี
TIMEMORECoffee Grinder C5 Series เครื่องบดกาแฟแบบมือหมุน ประกันศูนย์ไทย 1 ปี
4.9฿1,900ขาย 20

Timemore C5 เครื่องบดมือหมุน ราคา 1,900 บาท ประกันศูนย์ไทย — สำหรับมือใหม่ที่เลือกดริปหรือ French Press และอยากบดเมล็ดสดเองโดยไม่ต้องลงทุนเครื่องบดไฟฟ้าราคาสูง

ดูสินค้า

ความผิดพลาดที่มือใหม่มักเจอและวิธีเลี่ยง

รู้ล่วงหน้าดีกว่าไปเจอเอง หลายเคสที่ซื้อเครื่องมาแล้วผิดหวังไม่ได้เกิดจากเครื่องแย่ แต่เกิดจากความเข้าใจผิดตั้งแต่ก่อนซื้อ

ซื้อเครื่องตามรีวิว แต่ไม่ได้ดูว่าคนรีวิวใช้แบบเดียวกับตัวเองหรือเปล่า

รีวิวดาวสูงไม่ได้แปลว่าเหมาะกับทุกคน คนที่ให้ดาวห้าดาวอาจชงกาแฟวันละสี่แก้ว อยู่คนเดียว และไม่ได้ต้องการลาเต้เลย ถ้าไลฟ์สไตล์ต่างออกไป เครื่องเดียวกันอาจให้ประสบการณ์ที่ต่างกันมาก

ก่อนเชื่อรีวิว ลองดูว่าคนรีวิวบอกไหมว่าใช้ยังไง ชงบ่อยแค่ไหน ต้องการอะไรจากเครื่อง ถ้าไม่มีข้อมูลพวกนี้ รีวิวนั้นบอกได้แค่ว่าเครื่องไม่พัง ไม่ได้บอกว่าเหมาะกับคุณ

ดูแค่ราคาเครื่อง ไม่ได้คิดถึงต้นทุนกาแฟและอุปกรณ์เสริม

เครื่อง espresso บางรุ่นราคาไม่แพง แต่ต้องซื้อเครื่องบดแยก ซึ่งอาจมีราคาเท่ากับหรือแพงกว่าตัวเครื่องเสียอีก เครื่องแคปซูลบางรุ่นราคาเข้าถึงได้ แต่แคปซูลที่ใช้ได้มีแค่แบรนด์เดียว และราคาต่อแคปซูลสูงกว่าค่าเฉลี่ย

วิธีเช็กง่ายๆ คือหาราคากาแฟที่จะใช้กับเครื่องนั้นก่อน แล้วคูณด้วยจำนวนแก้วที่ชงต่อเดือน บวกกับราคาเครื่อง จะได้ภาพต้นทุนจริงใน 6 เดือน และ 1 ปีแรก ตัวเลขนั้นถึงจะเทียบกันได้ยุติธรรม

คาดหวังว่าชงแก้วแรกจะอร่อยเหมือนร้านกาแฟทันที

เครื่องทุกแบบต้องมีช่วงเรียนรู้ แม้แต่เครื่องแคปซูลที่ง่ายที่สุดยังต้องใช้เวลาหาว่าชอบรสแบบไหน ส่วนเครื่อง espresso ต้องปรับตัวแปรหลายอย่างก่อนจะได้รสที่ใช่ บางคนใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะลงตัว

ความคาดหวังที่ถูกต้องคือ แก้วแรกไม่ต้องสมบูรณ์แบบ แค่ดื่มได้และเรียนรู้จากมันก็พอ ถ้าเข้าใจแบบนี้ตั้งแต่แรก โอกาสที่จะเลิกกลางทางก็น้อยลงมาก


อ่านต่อ: อุปกรณ์บาริสต้ามือใหม่

คำถามที่มือใหม่ถามบ่อยก่อนซื้อเครื่องชงกาแฟ

คำถามพวกนี้ไม่มีในคู่มือเครื่อง แต่เป็นสิ่งที่คนซื้อครั้งแรกสงสัยกันเยอะที่สุด

ต้องซื้อเครื่องบดกาแฟด้วยไหม

ขึ้นอยู่กับเครื่องที่เลือก ถ้าใช้เครื่องแคปซูลไม่ต้องบดอะไรเลย แคปซูลมาพร้อมใช้ทุกอย่าง ถ้าใช้เครื่องดริปอัตโนมัติ กาแฟบดสำเร็จรูปที่ขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตก็ใช้ได้ดี ไม่จำเป็นต้องบดเอง

ส่วนเครื่อง espresso ถ้าอยากได้รสชาติที่ดีจริงๆ การบดสดก่อนชงทุกครั้งให้ผลต่างกันชัดเจน แต่ไม่ต้องซื้อพร้อมกันตั้งแต่วันแรกก็ได้ ลองใช้กาแฟบดสำเร็จก่อน พอเริ่มรู้สึกว่าอยากพัฒนารสชาติค่อยลงทุนเพิ่ม

น้ำประปาใช้ชงได้เลยไหม หรือต้องกรองก่อน

ใช้ได้ แต่มีผลสองอย่างที่ควรรู้ อย่างแรกคือรสชาติ น้ำกระด้างหรือน้ำที่มีคลอรีนสูงทำให้รสกาแฟเปลี่ยนไป น้ำกรองหรือน้ำแร่ให้รสชาติที่สะอาดกว่า อย่างที่สองคืออายุเครื่อง น้ำกระด้างสะสมตะกรันในเครื่องเร็วกว่า ถ้าใช้น้ำประปาโดยตรงควรทำ descale เครื่องบ่อยขึ้นตามที่คู่มือแนะนำ ถ้าไม่อยากยุ่งยาก น้ำกรองเป็นทางที่ง่ายที่สุดในระยะยาว

3 ขั้นก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องชงกาแฟตัวแรก

ก่อนกดสั่งเครื่องชงกาแฟตัวแรก ทำแค่สามขั้นนี้ก่อน — หนึ่ง: นับว่าตัวเองจะชงวันละกี่แก้วและชงบ่อยแค่ไหน สอง: บวกต้นทุนกาแฟและอุปกรณ์เสริมเข้าไปในงบ ไม่ใช่ดูแค่ราคาเครื่อง สาม: ถามตัวเองตรงๆ ว่าพร้อมเรียนรู้และดูแลเครื่องมากแค่ไหน คำตอบสามข้อนี้จะบอกเองว่าควรเลือกแบบไหน ไม่ต้องพึ่งรีวิวดาวอีกต่อไป

เลือกดูหมวดอื่นเพิ่มเติมได้จากหน้าแรก KitzYou

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องชงกาแฟมือใหม่ควรเริ่มจากแบบไหนก่อน

ถ้าอยากเริ่มง่ายที่สุดและไม่อยากยุ่งกับกาก เครื่องแคปซูลเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แต่ถ้าชงทุกเช้าและอยากประหยัดต้นทุนระยะยาว เครื่องดริปอัตโนมัติคุ้มกว่า ส่วน espresso เหมาะกับคนที่พร้อมเรียนรู้จริงๆ

เครื่องชงกาแฟราคาเท่าไหร่ถึงเหมาะกับมือใหม่

ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ควรบวกต้นทุนกาแฟและอุปกรณ์เสริมเข้าไปด้วย เครื่องแคปซูลราคาเครื่องต่ำแต่ต้นทุนต่อแก้วสูง เครื่องดริปอัตโนมัติมักให้ต้นทุนต่อแก้วต่ำกว่าในระยะยาว

เครื่องชงกาแฟแคปซูลกับดริปต่างกันยังไง

แคปซูลใช้กาแฟบรรจุมาพร้อมแล้ว ชงง่าย ทำความสะอาดง่าย แต่เลือกกาแฟได้จำกัดและต้นทุนต่อแก้วสูงกว่า ดริปใช้กาแฟบดสำเร็จหรือบดเองก็ได้ เลือกกาแฟได้อิสระกว่า ต้นทุนต่อแก้วต่ำกว่า แต่ต้องล้างกรองหลังใช้

ซื้อเครื่องชงกาแฟมาแล้วชงไม่อร่อย เกิดจากอะไร

หลายเคสเกิดจากกาแฟที่ใช้ ไม่ใช่เครื่อง กาแฟที่บดนานแล้วหรือเก็บไม่ดีจะให้รสชาติแบน นอกจากนี้อุณหภูมิน้ำและสัดส่วนกาแฟต่อน้ำก็มีผล ลองปรับตัวแปรทีละอย่างก่อนสรุปว่าเครื่องมีปัญหา

เครื่องชงกาแฟมือใหม่ต้องดูแลรักษายังไง

ขึ้นอยู่กับประเภทเครื่อง แคปซูลต้องล้างถาดรองน้ำสม่ำเสมอ ดริปต้องล้างกรองและหม้อหลังใช้ espresso ต้องล้างกรุ๊ปเฮดและทำ descaling เป็นระยะ ทุกแบบควรใช้น้ำกรองเพื่อลดตะกรัน

สินค้าแนะนำในหมวดนี้

ดูทั้งหมด ›

บทความที่เกี่ยวข้อง

กลับไปหมวด กาแฟ & เครื่องดื่ม