สองสายพันธุ์ที่ดูเหมือนแค่ชื่อ แต่โครงสร้างรสต่างกันคนละโลก
ก่อนจะพูดเรื่องระดับคั่ว ต้องเข้าใจก่อนว่าโรบัสต้ากับอราบิก้ามีโครงสร้างทางเคมีที่ต่างกันตั้งแต่ต้น และความต่างนั้นคือตัวกำหนดว่าความร้อนจะดึงอะไรออกมาจากเมล็ด
อราบิก้า กลิ่นซับซ้อน กรดสูง ไวต่อความร้อนมาก
อราบิก้าเต็มไปด้วยน้ำมันหอมระเหยและกรดอินทรีย์ที่ให้กลิ่นดอกไม้ ผลไม้ และความสดใสที่หลายคนติดใจ แต่สารพวกนี้ก็แตกตัวง่ายมากเมื่อเจอความร้อน คั่วเกินไปแค่ช่วงเวลาสั้นๆ กลิ่นที่ควรจะออกมาก็หายไปก่อน
ความเป็นกรดของอราบิก้าไม่ใช่ข้อเสีย มันคือตัวที่ทำให้รู้สึกว่ากาแฟมีชีวิต มีมิติ ดื่มแล้วไม่แบน แต่ถ้าคั่วเกินจุด กรดพวกนั้นก็ถูกทำลายเหมือนกัน เหลือแต่ความขมที่ไม่มีอะไรรองรับ
โรบัสต้า คาเฟอีนสูง บอดี้หนัก ทนความร้อนได้ดีกว่า
โรบัสต้ามีคาเฟอีนสูงกว่าอราบิก้าเกือบสองเท่า และมีสารคลอโรจีนิกแอซิดในปริมาณที่มากกว่า สารตัวนี้เองที่ให้ความขมและบอดี้หนักที่เป็นเอกลักษณ์ของโรบัสต้า แต่มันต้องการความร้อนสูงพอสมควรถึงจะ develop รสออกมาได้เต็มที่
ถ้าเปรียบอราบิก้าเป็นผ้าไหม โรบัสต้าก็เหมือนผ้าใบหนา ทนทาน ไม่เปราะ แต่ต้องใช้แรงมากกว่าถึงจะดึงลักษณะที่ดีออกมาได้ ความต่างตรงนี้คือเหตุผลที่ระดับคั่วของสองสายพันธุ์ไม่ควรเหมือนกัน
อราบิก้าชอบคั่วระดับไหน และทำไมคั่วเข้มถึงฆ่ากลิ่นมัน
อราบิก้าเป็นสายพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบจากความร้อนเร็วที่สุด ระดับคั่วจึงเป็นตัวตัดสินว่าจะได้กาแฟที่หอมซับซ้อนหรือขมแบนไม่มีเอกลักษณ์
คั่วอ่อนถึงกลาง โซนที่กลิ่นอราบิก้าออกมาเต็มที่
อราบิก้าในโซน Light ถึง Medium Roast คือจุดที่กลิ่นดอกไม้ ผลไม้ และความเป็นกรดสดใสยังอยู่ครบ น้ำมันหอมระเหยยังไม่ถูกเผาทำลาย รสที่ได้จึงมีมิติ มีชั้น ดื่มแล้วรู้สึกว่ามีอะไรให้ค้นหา
ลองนึกถึงกาแฟดริปที่ดมแล้วหอมเหมือนผลไม้เขตร้อน นั่นคืออราบิก้าคั่วกลางที่ทำงานถูกจุด ถ้าเคยชงแล้วรู้สึกว่ากาแฟหอมแต่ไม่ขม บอดี้เบา ดื่มง่าย นั่นคือสิ่งที่อราบิก้าคั่วกลางควรจะเป็น
อราบิก้า 100% คั่วกลาง ตัวอย่างที่บทความแนะนำให้ลองดริปดูสักแก้ว เพราะคั่วกลางไม่ฆ่ากลิ่นดอกไม้
ดูสินค้าคั่วเข้ม อราบิก้าเสียตัวเองทำไม
เมื่อคั่วเข้มข้ามไปโซน Dark Roast น้ำมันหอมระเหยในอราบิก้าถูกทำลายเกือบหมด กลิ่นดอกไม้และผลไม้ที่เป็นจุดขายหายไป เหลือแต่ความขมและรสไหม้ที่ไม่ต่างจากกาแฟทั่วไปราคาถูก
ไม่ใช่ว่าอราบิก้าคั่วเข้มจะดื่มไม่ได้เลย แต่มันเหมือนจ่ายเงินซื้อของดีแล้วทำลายสิ่งที่ดีทิ้งไปก่อนดื่ม บางโรสเตอร์ทำอราบิก้าคั่วเข้มแบบควบคุมพิเศษได้ แต่นั่นต้องการความแม่นยำในกระบวนการคั่วที่สูงมาก ถ้าซื้อถุงทั่วไปมาคั่วเข้ม โอกาสได้กลิ่นดีกลับมาน้อยมาก
โรบัสต้าต้องคั่วเข้มแค่ไหนถึงจะดึงบอดี้และกลิ่นเฉพาะตัวออกมาได้
โรบัสต้าเป็นสายพันธุ์ที่หลายคนเข้าใจผิดว่า คั่วยังไงก็ขม แต่จริงๆ แล้วมันมีรสและกลิ่นเฉพาะตัวที่ต้องการความร้อนระดับหนึ่งถึงจะออกมา
คั่วกลางถึงเข้ม โซนที่โรบัสต้าแสดงตัวตน
โรบัสต้าในโซน Medium-Dark ถึง Dark Roast จะให้บอดี้หนัก กลิ่นดิน ถั่ว และช็อกโกแลตขมที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน ความขมตรงนี้ไม่ใช่ความขมแบนๆ แต่เป็นความขมที่มีน้ำหนัก มีความลึก รู้สึกได้ว่ากาแฟแก้วนี้มีตัวตน
นี่คือเหตุผลที่เอสเปรสโซ่ส่วนใหญ่ในแถบอิตาลีดั้งเดิมใช้โรบัสต้าเป็นส่วนผสมหลัก บอดี้หนักและครีมาที่ได้จากโรบัสต้าคั่วเข้มคือสิ่งที่ทำให้เอสเปรสโซ่ดูน่าดื่มและรู้สึกอิ่มปากกว่า
โรบัสต้า 100% คั่วเข้ม ตรงกับบทความที่เน้นว่าโรบัสต้าต้องคั่วเข้มถึงจะดึงบอดี้และกลิ่นเฉพาะตัวออกมา
ดูสินค้าโรบัสต้าคั่วกลาง-เข้ม ช่วยให้เห็นความแตกต่างระหว่างระดับคั่วกับการดึงบอดี้ของโรบัสต้า
ดูสินค้าโรบัสต้าคั่วอ่อนเกินไป ได้อะไรและเสียอะไร
โรบัสต้าคั่วอ่อนคือกรณีที่รสแย่ที่สุดของสายพันธุ์นี้ สารคลอโรจีนิกแอซิดยังไม่ถูก break down พอ ให้ความขมแบนและฝาดที่ไม่มีบอดี้รองรับ กลิ่นดินและถั่วที่น่าสนใจก็ยังไม่ได้ develop ออกมา
ถ้าเคยดื่มโรบัสต้าแล้วรู้สึกว่าขมจนดื่มไม่ได้เลย ลองเช็กว่าเมล็ดที่ใช้คั่วระดับไหน โอกาสสูงมากที่มันคั่วไม่ถึงจุดที่โรบัสต้าควรจะเป็น ไม่ใช่ตัวสายพันธุ์ที่มีปัญหา
โรบัสต้า 100% ไทย คั่วกลาง-เข้ม ราคาประหยัด ให้ผู้อ่านมีตัวเลือกทดลองโรบัสต้าในระดับคั่วที่ต่างกัน
ดูสินค้าอ่านเพิ่มเติม: กาแฟดริป ซองสำเร็จรูป
จับคู่สายพันธุ์กับวิธีชง ให้รสที่ต้องการออกมาตรงจุด
รู้ระดับคั่วแล้ว ขั้นต่อมาคือจับคู่กับวิธีชงให้ถูก เพราะวิธีสกัดที่ต่างกันดึงสารออกจากเมล็ดในอัตราส่วนที่ต่างกัน
อราบิก้าคั่วกลาง เหมาะกับดริปหรือ French press
วิธีชงที่ใช้น้ำอุณหภูมิต่ำกว่า (88-92°C) และเวลาสัมผัสนานกว่าจะดึงกลิ่นละเอียดของอราบิก้าออกมาได้ดีที่สุด ดริปและ French press ทำงานในโซนนี้พอดี ไม่รีบ ไม่บังคับสกัด ให้เมล็ดค่อยๆ ปล่อยสิ่งที่มีออกมา
สองวิธีที่เหมาะกับอราบิก้าคั่วกลางมากที่สุด:
- ดริป (Pour-over) — ควบคุมอุณหภูมิและจังหวะเทน้ำได้ กลิ่นดอกไม้และกรดสดใสออกมาชัด
- French press — เวลาแช่นานทำให้บอดี้หนักขึ้นโดยไม่ทำลายกลิ่น เหมาะถ้าอยากได้ทั้งกลิ่นและน้ำหนัก
ทั้งสองวิธีนี้ไม่ใช้แรงดัน กลิ่นหอมละเอียดของอราบิก้าจึงออกมาได้เต็มที่โดยไม่ถูกบังคับจนเสีย
เบลนด์ไทย-ลาว คั่วกลาง-เข้ม ตัวอย่างที่แสดงว่าระดับคั่วกลาง-เข้มเหมาะสำหรับการทดลองเพื่อหาจุดสมดุล
ดูสินค้าโรบัสต้าคั่วเข้ม เหมาะกับเอสเปรสโซ่และกาแฟนม
แรงดันสูงของเครื่องเอสเปรสโซ่ดึงบอดี้และครีมาของโรบัสต้าออกมาได้ดีที่สุด สกัดเร็ว เข้มข้น บอดี้หนักของมันออกมาเต็มๆ ในเวลาไม่กี่วินาที และที่สำคัญคือบอดี้ตรงนี้ไม่หายไปเมื่อผสมนม
นี่คือเหตุผลที่กาแฟนมในร้านส่วนใหญ่ใช้โรบัสต้าหรือเบลนด์ที่มีโรบัสต้าเป็นส่วนผสม ถ้าใส่อราบิก้าคั่วกลางล้วนๆ ลงไปในลาเต้ กลิ่นดอกไม้จะหายไปกับนม เหลือแต่ความจืดที่ไม่น่าดื่ม โรบัสต้าคั่วเข้มแก้ปัญหานี้ได้ตรงจุด
เบลนด์อราบิก้า-โรบัสต้า คั่วเข้ม สูตร Espresso ตรงกับบทความที่แนะนำให้ลองชงเอสเปรสโซ่กับโรบัสต้าคั่วเข้ม
ดูสินค้าเบลนด์อราบิก้า-โรบัสต้า คั่วเข้ม แสดงให้เห็นว่าการผสมสองสายพันธุ์และระดับคั่วที่เหมาะสมสร้างสมดุลรสชาติ
ดูสินค้าอ่านคู่กัน: เมล็ดกาแฟ คั่ว
