ของที่ซื้อพลาดเพราะดูแลไม่เป็น
ก่อนจะพูดถึงวิธีดูแล ต้องยอมรับก่อนว่าหลายครั้งที่ของพังเร็วไม่ใช่เพราะของไม่ดี แต่เพราะวิธีใช้และดูแลไม่ตรงกับวัสดุ
กระทะเทฟลอนที่ผิวลอกใน 8 เดือน
กระทะเทฟลอนราคา 600-800 บาทที่ซื้อมาด้วยความตั้งใจดี พอใช้ไปได้ไม่กี่เดือนผิวก็เริ่มลอก ไม่ใช่เพราะของถูก แต่เพราะนิสัยที่ทำซ้ำทุกวัน นั่นคือ ล้างด้วยฝอยขัดหม้อ และราดน้ำเย็นทันทีหลังยกออกจากเตา
สองอย่างนี้ทำลายผิวเคลือบ PTFE ได้เร็วกว่าการใช้งานปกติหลายเท่า รอยขีดข่วนจากฝอยขัดเปิดให้ความร้อนเจาะเข้าชั้นเคลือบ ส่วนการเปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหันทำให้ผิวหดตัวและพองตัวสลับกันจนแตกร้าว ผลคือกระทะที่ควรอยู่ได้ 2-3 ปี จบภายใน 8 เดือน ต้นทุนต่อเดือนสูงกว่าซื้อตัวดีกว่าตั้งแต่แรกอีก
เครื่องชงกาแฟที่ไม่เคย descale
เครื่องชงกาแฟส่วนใหญ่พังก่อนเวลาไม่ใช่เพราะมอเตอร์ แต่เพราะหินปูนสะสมในระบบน้ำภายใน น้ำประปาไทยมีแร่ธาตุละลายอยู่ เมื่อผ่านความร้อนซ้ำๆ แร่เหล่านั้นตกตะกอนเกาะท่อและฮีตเตอร์ทีละนิด
รสชาติที่เริ่มแปลกตั้งแต่เดือนที่สามไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือสัญญาณว่าหินปูนเริ่มกรองรสน้ำที่ผ่านเข้าไป และถ้าปล่อยไว้ต่อ ฮีตเตอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อให้ได้ความร้อนเท่าเดิม อายุการใช้งานสั้นลงชัดเจน ทั้งที่แค่ descale เป็นประจำก็ยืดได้อีกหลายปี ปัญหาคือคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าต้องทำ หรือรู้แต่คิดว่า "ยังไม่จำเป็น"
กระทะแต่ละแบบดูแลคนละวิธี
กระทะเทฟลอน กระทะเหล็ก และกระทะสแตนเลส มีโครงสร้างผิวต่างกัน วิธีดูแลที่ถูกต้องของแต่ละแบบจึงต่างกันชัดเจน
กระทะเทฟลอน ศัตรูคือความร้อนและรอย
ผิวเคลือบ PTFE ทนความร้อนได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าเกิน 260°C อย่างต่อเนื่อง โครงสร้างเคลือบเริ่มเสื่อม ปัญหาคือไฟแรงบนเตาแก๊สทำให้ก้นกระทะร้อนเกินจุดนั้นได้ง่ายมาก โดยเฉพาะตอนเปิดไฟทิ้งไว้รอน้ำมัน
สิ่งที่ต้องทำเพื่อให้กระทะเทฟลอนอยู่ได้นาน:
- ใช้ ไฟกลาง เป็นหลัก ไฟแรงเฉพาะตอนจำเป็นและไม่ทิ้งกระทะเปล่า
- ล้างด้วย ฟองน้ำนุ่ม เท่านั้น ห้ามฝอยขัดทุกชนิด
- รอให้กระทะเย็นลงก่อน แล้วค่อยล้าง อย่าราดน้ำเย็นทันที
- ใช้ ไม้หรือซิลิโคน ไม่ใช่สแตนเลสหรือโลหะ
กระทะ Non-Stick PTFE ที่บทความแนะนำให้เช็กรอยขีดข่วนก่อนตัดสินใจเปลี่ยน — ราคาเข้าถึงได้ เหมาะสำหรับคนที่ถึงเวลาต้องเปลี่ยนของเก่า
ดูสินค้าถ้ากระทะเทฟลอนที่มีอยู่มีรอยขีดข่วนลึกหรือผิวลอกแล้ว ดูแลต่อไปก็ไม่คุ้ม เปลี่ยนเลยดีกว่า แล้วเริ่มดูแลให้ถูกวิธีตั้งแต่ต้น
กระทะเหล็ก ต้อง season และเช็ดให้แห้งทุกครั้ง
กระทะเหล็กไม่มีชั้นเคลือบ ผิวเหล็กเปล่าสัมผัสอากาศและความชื้นได้โดยตรง นั่นคือเหตุผลที่ต้องทำ seasoning ก่อนใช้ครั้งแรก และดูแลต่อเนื่อง
seasoning คือการทาน้ำมันบางๆ แล้วอบหรือผัดด้วยความร้อนสูง น้ำมันจะซึมเข้าผิวเหล็กและสร้างชั้น polymerized oil ที่ทำหน้าที่คล้ายเคลือบกันติดตามธรรมชาติ ยิ่งใช้บ่อย ชั้นนี้ยิ่งหนาและแข็งแรงขึ้น
สิ่งที่ต้องทำหลังใช้ทุกครั้ง:
- ล้างด้วยน้ำอุ่นและแปรงขน (หลีกเลี่ยงสบู่มากเกินไป ล้างชั้น seasoning ออก)
- เช็ดให้แห้งสนิท ทันที ความชื้นที่ค้างอยู่แม้แต่นิดเดียวทำให้ขึ้นสนิมได้ใน 24 ชั่วโมง
- ทาน้ำมัน food-grade บางๆ แล้วเก็บในที่แห้ง
กระทะเหล็กหล่อที่ต้อง season ก่อนใช้ — ตรงกับจุดที่บทความเตือนว่าคนส่วนใหญ่ข้ามขั้นตอนนี้และทำให้กระทะพังเร็ว
ดูสินค้ากระทะเหล็กตีมือไม่มีสารเคลือบ ดูแลต่างจากเทฟลอนคนละแบบ — ใช้ประกอบในส่วนที่บทความเปรียบเทียบวิธีดูแลกระทะแต่ละประเภท
ดูสินค้ากระทะสแตนเลส คราบขาวไม่ใช่ของเสีย
คราบขาวหรือคราบรุ้งบนกระทะสแตนเลสที่เห็นบ่อยๆ ไม่ใช่สนิม ไม่ใช่ของเสีย แต่คือตะกรันแร่ธาตุจากน้ำที่ระเหยออกไปแล้วทิ้งคราบไว้ แก้ได้ง่ายมากด้วยน้ำส้มสายชูเจือจาง เทลงไปในกระทะ ตั้งไฟอ่อนสักครู่ แล้วล้างออก คราบหายหมด
ป้องกันไม่ให้สะสมง่ายๆ คือเช็ดให้แห้งหลังล้างทุกครั้ง อย่าปล่อยให้น้ำแห้งเองบนผิว และถ้าใช้น้ำยาล้างจาน ล้างออกให้หมด ไม่ทิ้งคราบฟองสบู่ค้าง
หม้อสแตนเลสจาก Meyer ที่บทความพูดถึงปัญหาคราบเหลืองเกาะ — วางในส่วนที่อธิบายวิธีดูแลหม้อสแตนเลสให้ถูกต้อง
ดูสินค้าหม้อแต่ละวัสดุต้องการอะไรต่างกัน
หม้อหุงข้าว หม้อสแตนเลส และหม้อเคลือบ มีจุดอ่อนคนละที่ การดูแลผิดประเภทเร่งให้เสื่อมเร็วกว่าการใช้งานหนักด้วยซ้ำ
หม้อหุงข้าว ส่วนที่คนลืมทำความสะอาดมากที่สุด
คนส่วนใหญ่ล้างแค่หม้อในและฝา แต่มีสองจุดที่มักข้ามไปทุกครั้ง และสะสมคราบเร็วที่สุด:
- ซีลยางรอบขอบฝา — คราบข้าวและไอน้ำเกาะสะสมจนยางแข็งและปิดไม่สนิท ล้างด้วยผ้าชื้นทุกสัปดาห์
- ช่องระบายไอน้ำ — ถอดออกล้างได้ในหม้อส่วนใหญ่ แต่คนไม่รู้ว่าต้องทำ คราบที่อุดช่องนี้ทำให้ความดันในหม้อเปลี่ยนและหุงข้าวสุกไม่สม่ำเสมอ
ล้างช่องระบายทุก 1-2 สัปดาห์ ก็พอ ไม่ต้องทุกวัน แต่ถ้าปล่อยนานกว่าหนึ่งเดือนจะเริ่มเห็นคราบดำสะสม
หม้อเคลือบ ห้ามกระแทกและห้ามเปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหัน
หม้อเคลือบ enamel หรือ ceramic มีจุดอ่อนที่ต้องรู้คือผิวเคลือบแตกร้าวได้จากสองสาเหตุหลัก หนึ่งคือการกระแทกหรือตกพื้น สองคือการเทน้ำเย็นลงในหม้อที่ยังร้อนอยู่
เมื่อผิวเคลือบแตกแล้ว ซ่อมไม่ได้ และรอยแตกจะกลายเป็นจุดสะสมคราบที่ล้างออกยาก ยิ่งรอยลึกถึงผิวเหล็กข้างใน ยิ่งมีโอกาสเกิดสนิมใต้ชั้นเคลือบ หม้อเคลือบที่ดูแลถูกวิธีอยู่ได้นานมาก แต่ถ้าดูแลผิดพังได้เร็วกว่าหม้อสแตนเลสทั่วไปมาก
หม้อสแตนเลสด้ามจับพร้อมฝาแก้ว เหมาะสำหรับส่วนที่บทความอธิบายความแตกต่างของการดูแลหม้อสแตนเลสเทียบกับหม้อเคลือบ
ดูสินค้าเครื่องชงกาแฟดูแลต่างจากเครื่องครัวทั่วไปมาก
เครื่องชงกาแฟมีระบบน้ำและความร้อนภายใน วิธีดูแลจึงไม่ใช่แค่เช็ดภายนอกให้สะอาด แต่ต้องดูแลระบบภายในด้วย
Descaling คืออะไรและทำบ่อยแค่ไหน
Descaling คือการล้างตะกรันหินปูนออกจากท่อน้ำและฮีตเตอร์ภายในเครื่อง ทำโดยใช้น้ำยา descale สำเร็จรูปผสมน้ำแล้วรันผ่านเครื่องตามขั้นตอนที่คู่มือระบุ ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที
ความถี่ขึ้นอยู่กับน้ำที่ใช้ ถ้าใช้น้ำกรองหรือน้ำกลั่น ทำ ทุก 2-3 เดือน ก็พอ ถ้าใช้น้ำประปาโดยตรง ควรทำ ทุก 1-1.5 เดือน เพราะน้ำประปาในหลายพื้นที่มีแร่ธาตุสูง ตะกรันสะสมเร็วกว่า
ส่วนที่ต้องล้างทุกวันแต่คนมักข้าม
นอกจาก descale รายเดือน มีส่วนที่ควรทำความสะอาดหลังใช้ทุกครั้ง:
- Portafilter และ basket — คราบกาแฟเก่าที่ค้างข้ามคืนทำให้รสขมเฝื่อนในมื้อถัดไป
- Group head — ใช้แปรงขนอ่อนปัดคราบกาแฟออก ทำหลังชงทุกครั้ง
- Drip tray — น้ำกาแฟที่ขังอยู่ข้ามวันเป็นแหล่งเชื้อรา ถอดล้างทุกวัน
แปรงล้างหัวชงกาแฟ 2-in-1 ขนาด 51/58mm — ตรงกับจุดที่บทความบอกว่าเครื่องชงกาแฟมีจุดพังที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยแตะเลย
ดูสินค้าแปรงปัดผงกาแฟสองหัวสำหรับเครื่องบด — ครอบคลุมการทำความสะอาดส่วนที่คนมักข้ามในเครื่องชงกาแฟ ตรงกับที่บทความเตือนเรื่องรสชาติเปลี่ยนตั้งแต่เดือนที่สาม
ดูสินค้าคราบกาแฟเก่าในเครื่องไม่ใช่แค่เรื่องสะอาด มันส่งผลรสชาติโดยตรง เครื่องที่ล้างสม่ำเสมอชงได้รสชาติสม่ำเสมอกว่าชัดเจน
สิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้หลังรู้ว่าพลาดมาตลอด
เมื่อรู้ว่าแต่ละชิ้นต้องการการดูแลต่างกัน วิธีที่เปลี่ยนไปก็ไม่ได้ซับซ้อน แค่ต้องทำให้ถูกจุด
ตั้งรูทีนดูแลเครื่องครัวแบบง่ายที่ทำได้จริง
รูทีนที่ใช้ได้จริงต้องเบาพอที่จะทำได้ทุกวัน แบ่งเป็นสามช่วงเวลา:
ทำทุกวัน:
- ล้างและเช็ดกระทะเหล็กให้แห้งสนิทก่อนเก็บ
- ล้าง portafilter และ group head หลังชงกาแฟ
- ถอด drip tray ล้างและเช็ดแห้ง
ทำทุกสัปดาห์:
- เช็ดซีลยางและช่องระบายไอน้ำหม้อหุงข้าว
- ตรวจดูรอยขีดข่วนบนกระทะเทฟลอน ถ้ารอยลึกเริ่มนับวัน
ทำทุก 1-3 เดือน:
- Descale เครื่องชงกาแฟ
- Season กระทะเหล็กถ้าผิวเริ่มด้านหรือมีสนิมจุดเล็กๆ
- ใช้น้ำส้มสายชูเช็ดคราบขาวบนกระทะสแตนเลส
น้ำยาขจัดคราบดำก้นหม้อ ขนาด 550ml — ตรงกับปัญหาคราบเหลืองและคราบดำที่บทความระบุว่าเกิดจากการดูแลผิดวิธี
ดูสินค้าของที่ช่วยให้ดูแลเครื่องครัวง่ายขึ้น
อุปกรณ์ที่ช่วยได้จริงไม่ต้องมีมาก แค่ถูกชิ้น ฟองน้ำนุ่มสำหรับกระทะเคลือบและเทฟลอน แปรงขนสำหรับ group head และ portafilter น้ำยา descale สำเร็จรูปที่ผสมแล้วรันเครื่องได้เลย และน้ำมัน food-grade สำหรับ season กระทะเหล็ก
ของพวกนี้รวมกันไม่กี่ร้อยบาท แต่ยืดอายุเครื่องครัวได้เป็นปี ถ้าคิดเป็นต้นทุนต่อมื้อ มันถูกกว่าซื้อของใหม่ทุกปีมาก และนั่นคือสิ่งที่ต่างออกไปหลังจากรู้ว่าพลาดมาตลอด ไม่ใช่ซื้อของดีขึ้น แต่ดูแลของที่มีอยู่ให้ถูกวิธี
อ่านเพิ่มเติม: กระทะสเตนเลส เกรด
