สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวช่วยในการทำอาหารที่ตอบโจทย์ทั้งเรื่องสุขภาพและความสะดวกสบาย Philips AirFryer 1000 Series รุ่น NA130/00 ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย ด้วยชื่อชั้นของแบรนด์ Philips ที่คุ้นเคยกันดีในเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ทำให้มั่นใจได้ในคุณภาพและเทคโนโลยีที่ใส่มาในผลิตภัณฑ์
หม้อทอดอากาศรุ่นนี้โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Rapid Air ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของฟิลิปส์ ที่ช่วยให้อาหารสุกทั่วถึง กรอบนอกนุ่มใน โดยไม่ต้องใช้น้ำมัน หรือใช้น้ำมันเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทางแบรนด์เคลมว่าสามารถลดไขมันได้สูงสุดถึง 90% เมื่อเทียบกับการทอดแบบน้ำมันท่วมแบบดั้งเดิม นี่เป็นจุดที่สำคัญมากสำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพและต้องการลดปริมาณไขมันในมื้ออาหารประจำวัน การทำอาหารด้วยหม้อทอดอากาศจึงเป็นทางเลือกที่ดีในการรังสรรค์เมนูโปรดให้ยังคงความอร่อยได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องไขมันส่วนเกินมากนัก
Philips AirFryer 1000 Series มาพร้อม 12 ฟังก์ชันทำอาหารที่ครอบคลุมการใช้งานในครัวเรือนได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการทอด การคั่ว การย่าง การอบ ไปจนถึงการทำอาหารในภาชนะเดียว (one pot) การผัด การผัดน้ำมันน้อย การปรุงสุกจากอาหารแช่แข็ง การอุ่นร้อน การละลายน้ำแข็ง การขจัดน้ำออก และการปิ้ง ฟังก์ชันที่หลากหลายนี้ช่วยให้คุณสามารถสร้างสรรค์เมนูได้ไม่จำกัด ตั้งแต่เมนูง่ายๆ ไปจนถึงเมนูที่ซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย
กำลังไฟ 1700W และช่วงอุณหภูมิที่ปรับได้ตั้งแต่ 80 ถึง 200 องศาเซลเซียส พร้อมตั้งเวลาได้สูงสุด 60 นาที ทำให้การควบคุมอุณหภูมิและเวลาในการทำอาหารเป็นเรื่องง่าย หน้าจอควบคุมแบบหมุนก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ช่วยให้การใช้งานไม่ซับซ้อน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและรวดเร็วในการทำอาหารในชีวิตประจำวัน ผนังเครื่องแบบ Cool wall ยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน ป้องกันการสัมผัสโดนความร้อนโดยตรงขณะเครื่องทำงาน
ในเรื่องของความจุ หม้อทอดอากาศรุ่นนี้มีความจุ 6.2 ลิตร ซึ่งถือว่าเพียงพอสำหรับการทำอาหารสำหรับครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง หรือประมาณ 2-4 คน โดยสามารถใส่มันฝรั่งทอดได้ถึง 800 กรัม หรือน่องไก่ได้ 8 ชิ้น หรือผักได้ 800 กรัม ตัวเลขเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพว่าสามารถทำอาหารในปริมาณที่เหมาะสมกับการบริโภคในแต่ละมื้อได้จริง การเลือกขนาดหม้อทอดอากาศที่เหมาะสมกับจำนวนสมาชิกในบ้านเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถทำอาหารได้เพียงพอและไม่เปลืองพื้นที่ในครัวโดยไม่จำเป็น
นอกจากนี้ ทาง Philips ยังระบุว่าการทำอาหารด้วย Airfryer สามารถทำอาหารได้เร็วขึ้นสูงสุด 50% และประหยัดพลังงานสูงสุด 70% เมื่อเทียบกับการใช้เตาอบทั่วไป ซึ่งเป็นข้อดีที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการประหยัดเวลาและลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว การรับประกัน 2 ปีทั่วโลกก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์จากแบรนด์นี้
ก่อนตัดสินใจซื้อหม้อทอดอากาศ ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดก็ตาม มีข้อควรพิจารณาบางประการที่ผู้ใช้งานจริงมักจะให้ความสำคัญ ประการแรกคือเรื่องของพื้นที่จัดเก็บ หม้อทอดอากาศมีขนาดที่แตกต่างกันไป ควรวัดพื้นที่ในครัวของคุณก่อนเพื่อให้แน่ใจว่ามีที่วางที่เหมาะสม ประการที่สองคือการทำความสะอาด แม้ว่าหม้อทอดอากาศส่วนใหญ่จะออกแบบมาให้ทำความสะอาดง่าย แต่การทำความเข้าใจวิธีการถอดชิ้นส่วนและการล้างที่ถูกต้องจะช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องได้
สุดท้ายคือเรื่องของประเภทอาหารที่มักจะทำ หม้อทอดอากาศเหมาะสำหรับอาหารที่ต้องการความกรอบนอกนุ่มใน แต่ก็สามารถใช้กับเมนูอื่นๆ ได้หลากหลายตามฟังก์ชันที่ให้มา การทำความเข้าใจความสามารถของเครื่องจะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุด การเลือกหม้อทอดอากาศที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำอาหารของคุณจะช่วยให้การเข้าครัวเป็นเรื่องสนุกและง่ายดายยิ่งขึ้น
หม้อทอดอากาศรุ่นนี้มีความจุ 6.2 ลิตร สามารถใส่มันฝรั่งทอดได้ถึง 800 กรัม, น่องไก่ได้ 8 ชิ้น หรือผักได้ 800 กรัม
มี 12 ฟังก์ชัน ได้แก่ การทอด, การคั่ว, การย่าง, การอบ, การทำอาหารในภาชนะ (one pot), การผัด, ผัดน้ำมันน้อย, การปรุงสุกจากในสภาพแช่แข็ง, การอุ่นร้อน (reheat), การละลายน้ำแข็ง, การขจัดน้ำออก และการปิ้ง
ใช้กำลังไฟ 1700W และสามารถปรับระดับความร้อนได้ตั้งแต่ 80 ถึง 200 องศาเซลเซียส
มีการรับประกัน 2 ปีทั่วโลก
เทคโนโลยี Rapid Air ช่วยให้อาหารสุกทั่วถึง กรอบนอกฉ่ำใน โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน และสามารถลดไขมันได้สูงสุด 90% เมื่อเทียบกับการทอดแบบน้ำมันท่วม
เราคัดสินค้าจากข้อมูลยอดขายและคะแนนรีวิวจริงของผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า แล้วเรียบเรียงข้อมูลให้อ่านง่ายและครบถ้วน ราคาและสต็อกอัปเดตอัตโนมัติจากร้านค้า
หมายเหตุ: คะแนน ★ 4.97 และยอดขาย 135 เป็นข้อมูลรีวิวจากผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า ไม่ใช่บทวิจารณ์ของ KitzYou