เครื่องทำน้ำแข็งพกพาทำงานยังไง และทำน้ำแข็งได้เร็วแค่ไหนจริงๆ
ก่อนจะรู้ว่าคุ้มหรือไม่คุ้ม ต้องเข้าใจก่อนว่าเครื่องพวกนี้ทำงานต่างจากตู้เย็นยังไง และเวลาที่ระบุบนกล่องนั้นเชื่อได้แค่ไหน
หลักการทำงานแบบง่ายที่ควรรู้
เครื่องทำน้ำแข็งพกพาที่ขายทั่วไปในบ้านเราส่วนใหญ่ใช้ระบบ compressor เหมือนตู้เย็น แต่ออกแบบมาให้ทำน้ำแข็งได้เร็วกว่ามาก ต่างจากตู้เย็นตรงที่ไม่มีช่องแช่แข็งสำรอง น้ำแข็งที่ผลิตได้จะตกลงถาดรองด้านล่าง ถ้าไม่เก็บออกมาใส่ภาชนะเย็นๆ น้ำแข็งจะค่อยๆ ละลายกลับเป็นน้ำแล้ววนเข้าระบบใหม่
นั่นหมายความว่าเครื่องทำน้ำแข็งพกพา ไม่ใช่ที่เก็บน้ำแข็ง มันคือเครื่องผลิตน้ำแข็งต่อเนื่อง ทำออกมาแล้วต้องหยิบใส่กระติกหรือถังน้ำแข็งทันที ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานก็ละลายหมด
ตัวเลขบนกล่องกับความเป็นจริง
ตัวเลข "6-9 นาทีต่อรอบ" ที่เห็นบนกล่องเกือบทุกรุ่น ไม่ได้โกหก แต่มีเงื่อนไข เพราะตัวเลขนั้นวัดในสภาพที่ดีที่สุด คือน้ำเย็นจัด อุณหภูมิห้องต่ำ และเครื่องเพิ่งเริ่มทำงาน
ในครัวบ้านเราที่อากาศร้อนและใช้น้ำประปาอุณหภูมิปกติ รอบแรกมักใช้เวลาจริงอยู่ที่ 9-12 นาที รอบถัดไปเร็วขึ้นนิดหน่อยเพราะเครื่องอุ่นตัวแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงตัวเลขในกล่อง ถ้าอยากให้เร็วขึ้นจริงๆ ลองใส่น้ำที่แช่เย็นไว้แล้วก่อน ต่างกันพอสังเกตได้
ดูเพิ่มที่: เครื่องปั่นพกพา รีวิว
ปาร์ตี้ที่บ้านต้องการน้ำแข็งเท่าไหร่ และเครื่องนี้รับไหวไหม
นี่คือคำถามที่สำคัญที่สุด เพราะถ้าเครื่องผลิตได้ไม่ทันความต้องการ ก็ยังต้องไปซื้อน้ำแข็งอยู่ดี
คำนวณคร่าวๆ ว่าต้องการน้ำแข็งเท่าไหร่ต่อคืน
ลองนึกภาพปาร์ตี้ที่บ้านสักงานหนึ่ง คนดื่มเครื่องดื่มเย็นเฉลี่ยชั่วโมงละ 6-8 ก้อน ต่อคน ถ้ามีแขก 6 คนนั่งคุยกัน 3 ชั่วโมง ต้องการน้ำแข็งรวมประมาณ 100-150 ก้อน เครื่องทำน้ำแข็งพกพาทั่วไปผลิตได้ประมาณ 20-35 ก้อนต่อชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรุ่นและอุณหภูมิห้อง ดังนั้น 3 ชั่วโมงได้ประมาณ 60-100 ก้อน
เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองแยกตามขนาดงาน:
- 4-6 คน, 3-4 ชั่วโมง — เครื่องรับได้สบาย ถ้าเริ่มเดินเครื่องก่อนแขกมา 1 ชั่วโมง
- 6-8 คน, 4-5 ชั่วโมง — เครื่องรับได้ แต่ต้องไม่ปล่อยให้น้ำแข็งในถาดละลายกลับ หยิบออกใส่กระติกสม่ำเสมอ
- 10 คนขึ้นไป — เครื่องเดียวไม่พอ ต้องเสริมด้วยน้ำแข็งถุงหรือเตรียมสำรองไว้ล่วงหน้า
เงื่อนไขที่ทำให้เครื่องผลิตได้น้อยลงคืออุณหภูมิห้องสูง และถังน้ำจุน้อย ถ้าต้องหยุดเติมน้ำบ่อยๆ เวลาที่เสียไปกับการรอก็สะสม
เมื่อไหร่ที่เครื่องทำน้ำแข็งพกพาเพียงพอ และเมื่อไหร่ที่ไม่พอ
สำหรับงานเล็กๆ ที่บ้าน เครื่องทำน้ำแข็งพกพาทำหน้าที่ได้ดีมาก โดยเฉพาะถ้าบ้านอยู่ไกลร้านสะดวกซื้อหรือจัดงานดึกๆ ที่ออกไปซื้อไม่สะดวก แค่เริ่มเดินเครื่องก่อนแขกมาสักชั่วโมง น้ำแข็งก็พร้อมใช้ต่อเนื่องตลอดคืน
แต่ถ้างานใหญ่กว่า 10 คน หรือมีคนดื่มหนัก เครื่องเดียวไม่ทัน วิธีที่ได้ผลคือใช้เครื่องเดินต่อเนื่องตลอดงาน แล้วซื้อน้ำแข็งถุงมาสำรองก่อนงานเริ่มอีกถุงหนึ่ง เครื่องทำหน้าที่เติมน้ำแข็งระหว่างงาน ไม่ต้องแบกรับทั้งหมด
ผลิตน้ำแข็งเร็วใน 5-8 นาที ถังน้ำ 2L เหมาะสำหรับปาร์ตี้ขนาดเล็กที่บ้าน ราคาประหยัดและขายดี (91 ชิ้น) แสดงว่าใช้งานจริงได้
ดูสินค้าค่าไฟและความคุ้มค่าในระยะยาว
เครื่องทำน้ำแข็งพกพาส่วนใหญ่กินไฟไม่มากต่อรอบ แต่ถ้าเปิดทั้งวันหรือใช้บ่อยๆ ตัวเลขเปลี่ยนไปพอสมควร
กินไฟเท่าไหร่ต่อการใช้งานจริง
เครื่องทำน้ำแข็งพกพาส่วนใหญ่ใช้กำลังไฟอยู่ที่ 100-150 วัตต์ ถ้าเปิดใช้งาน 3 ชั่วโมงต่อครั้ง กินไฟประมาณ 0.3-0.45 หน่วย ต่อครั้ง คิดเป็นเงินไม่ถึง 2 บาท แทบไม่มีผลต่อบิลค่าไฟเลยถ้าใช้เฉพาะวันปาร์ตี้
ปัญหาคือถ้าเปิดทิ้งไว้ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ตัวเลขขึ้นไปถึง 70-100 หน่วยต่อเดือน ซึ่งต่างกันมาก เครื่องทำน้ำแข็งพกพาไม่ได้ออกแบบมาให้เปิดตลอดเวลาแบบตู้เย็น ใช้ตามความต้องการแล้วปิด ทั้งประหยัดไฟและยืดอายุเครื่องด้วย
เทียบกับการซื้อน้ำแข็งถุงทุกครั้ง
น้ำแข็งถุงขนาดทั่วไปราคาอยู่ที่ 25-40 บาท ต่อถุง ถ้าจัดปาร์ตี้เดือนละครั้งและซื้อครั้งละ 2 ถุง ค่าน้ำแข็งปีละประมาณ 600-1,000 บาท เทียบกับเครื่องราคา 2,000-3,000 บาท บวกค่าไฟปีละไม่กี่สิบบาท
จุดคืนทุนอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี ถ้าใช้เดือนละครั้ง แต่ถ้าใช้บ่อยกว่านั้น เช่น ทุกสัปดาห์หรือมีคนมาบ้านเป็นประจำ จุดคืนทุนเลื่อนมาเร็วขึ้นมาก และความสะดวกที่ไม่ต้องออกไปซื้อตอนดึกก็มีมูลค่าในตัวเอง
ถังเก็บน้ำ 1.3L ผลิตน้ำแข็งใน 6 นาที มีฟังก์ชันทำความสะอาดอัตโนมัติ ผ่านเกณฑ์ที่บทความแนะนำ (ถังอย่างน้อย 1.5L ใกล้เคียง) ขายดี (122 ชิ้น)
ดูสินค้าเจาะลึกต่อ: เตาไฟฟ้า เตาอินดักชั่น
รุ่นที่ใช้บ้านได้จริง และสิ่งที่ต้องดูก่อนซื้อ
ตลาดมีเครื่องทำน้ำแข็งพกพาหลายรุ่น ราคาตั้งแต่หลักร้อยจนถึงหลักพัน ความต่างไม่ได้อยู่แค่ราคา
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนซื้อ ไม่ใช่แค่ดูราคา
สิ่งที่กระทบการใช้งานจริงในครัวบ้านมีอยู่ไม่กี่จุด แต่ถ้าพลาดจุดใดจุดหนึ่ง เครื่องจะกลายเป็นของที่วางทิ้งไว้เฉยๆ
- ขนาดถังน้ำ — อย่างน้อย 1.3-1.5 ลิตร ถ้าเล็กกว่านี้ต้องเติมน้ำบ่อยจนน่าหงุดหงิด
- ขนาดก้อนน้ำแข็ง — รุ่นที่เลือกขนาดได้ (เล็ก/ใหญ่) ยืดหยุ่นกว่า ก้อนเล็กเหมาะกับน้ำดื่ม ก้อนใหญ่เหมาะกับแช่เครื่องดื่มในถัง
- การทำความสะอาด — เช็กว่ามีฟังก์ชัน self-clean หรือถอดถาดออกล้างได้ง่ายไหม ตะกรันสะสมในเครื่องทำให้น้ำแข็งมีกลิ่นและเครื่องเสียเร็ว
- เสียงขณะทำงาน — เครื่องส่วนใหญ่มีเสียงหึ่งๆ จาก compressor ถ้าตั้งในห้องนั่งเล่นหรือใกล้โต๊ะอาหาร ควรดูรีวิวเรื่องเสียงก่อน
- ขนาดพื้นที่ — หลายรุ่นกว้างกว่าที่คิด วัดพื้นที่เคาน์เตอร์ก่อนสั่ง
หลังลิสต์นี้ จุดที่คนมักมองข้ามที่สุดคือเรื่องทำความสะอาด เครื่องที่ล้างยากคือเครื่องที่ใช้ไปสักพักแล้วปล่อยทิ้ง ถ้าซื้อรุ่นที่ไม่มีระบบ self-clean ก็ควรหาชุดทำความสะอาดเตรียมไว้ด้วย
ชุดทำความสะอาดเครื่องทำน้ำแข็ง ครบชุด (แปรง + ผงล้างตะกรัน) ใช้ได้ทุกยี่ห้อ แก้ปัญหาที่บทความเตือน 'เครื่องที่ล้างยากคือเครื่องที่ไม่ได้ใช้' ขายดี (21 ชิ้น)
ดูสินค้ารุ่นที่น่าสนใจในตลาดตอนนี้
สำหรับบ้านที่ใช้ปาร์ตี้เล็กๆ ไม่เกิน 6-8 คน รุ่นที่ถังน้ำ 1.3 ลิตร ผลิตน้ำแข็งใน 6-8 นาที ราคาแถว 2,000-3,000 บาท รับงานได้สบาย Simplus ZBJH001 เป็นรุ่นที่ขายดีในกลุ่มนี้ มีฟังก์ชัน self-clean ในตัว ไม่ต้องกังวลเรื่องตะกรันสะสม
ถังเก็บน้ำ 1.3L ผลิตน้ำแข็งใน 7-8 นาที ได้ 60 ก้อนต่อชั่วโมง ใช้พลังงานต่ำ ตรงกับเกณฑ์ความคุ้มค่าไฟที่บทความพูดถึง
ดูสินค้าถ้าบ้านจัดงานบ่อยหรือมีคนมาเยอะกว่านั้น รุ่นที่ผลิตได้ 25 กก. ต่อวัน อย่าง ULKA 20AF เหมาะกว่า กำลังผลิตสูงกว่ารุ่นเล็กหลายเท่า แต่ขนาดและราคาก็ขยับขึ้นตามกัน คุ้มถ้าใช้บ่อยจริงๆ
ผลิตได้ 25 กก./วัน ราคาประหยัด (7,090 บาท) เหมาะสำหรับบ้านที่ใช้บ่อย แบรนด์ ULKA มีการรับประกันและดูแลลูกค้า rating 4.98
ดูสินค้าComfee RCI12BL1TH(E) เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจในช่วงราคา 3,000 บาท แบรนด์มีชื่อ ขนาดกะทัดรัด วางบนเคาน์เตอร์ครัวบ้านได้โดยไม่กินพื้นที่มากนัก
ถังน้ำ 1.3L ขนาดเล็กพอวางบนเคาน์เตอร์ ผลิตน้ำแข็งได้ 0.45 กก. ต่อรอบ เหมาะสำหรับบ้านทั่วไป ขายดี (29 ชิ้น) แบรนด์ Comfee น่าเชื่อถือ
ดูสินค้า