จุดต่างที่ต้องรู้ก่อนเลือก
ฟิล์มถนอมอาหารกับถุงซิปล็อคไม่ได้แข่งกัน แต่เก่งคนละสถานการณ์ รู้จุดต่างก่อนจะเลือกได้ถูกตัวตั้งแต่แรก
ฟิล์มถนอมอาหาร ทำได้ดีแค่ไหน
จุดแข็งของฟิล์มถนอมอาหารอยู่ที่ความยืดหยุ่น ห่อได้ทุกรูปทรง ไม่ว่าจะเป็นแตงโมผ่าครึ่ง หัวหอมที่ยังเหลืออยู่ครึ่งหัว หรือชามข้าวที่ยังกินไม่หมด แค่ดึงฟิล์มคลุมแล้วกดให้แนบกับผิวอาหาร อากาศก็เข้าได้น้อยลงแล้ว
ฟิล์มทำหน้าที่กันอากาศและความชื้นได้ พอดีๆ สำหรับของสดที่ไม่ได้มีกลิ่นแรง อย่างผักใบ มะเขือเทศ หรือผลไม้ที่ผ่าแล้วค้างคืนในตู้เย็น ข้อดีอีกอย่างคือไม่เปลืองพื้นที่ ห่อเสร็จแล้วของก็ยังเป็นรูปทรงเดิม วางซ้อนในตู้เย็นได้ง่าย
M Wrap มีใบมีดสไลด์ติดกล่อง ตัดง่ายไม่ยุ่งยาก เหมาะสำหรับห่อผักและของสดรูปทรงแปลกที่บทความแนะนำให้ใช้ฟิล์มถนอมอาหาร
ดูสินค้าแต่ฟิล์มมีข้อจำกัดชัดเจน มันไม่ได้ซีลมิดสนิทจริงๆ กลิ่นเบาๆ ยังรั่วออกมาได้ถ้าเก็บนานเกินวันสองวัน และใส่ของเหลวไม่ได้เลย
ถุงซิปล็อค ทำได้ดีแค่ไหน
ถุงซิปล็อคซีลได้แน่นกว่าชัดเจน ปิดซิปแล้วอากาศแทบไม่เข้า กลิ่นก็ไม่รั่ว เหมาะกับของที่ต้องการกันกลิ่นจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นปลาที่เพิ่งทำ กะปิที่เปิดแล้ว หรือเนื้อสัตว์ที่แยกส่วนเตรียมไว้สำหรับแช่แข็ง
ใส่ของเหลวได้ด้วย ซุปที่เหลือ น้ำซอส น้ำหมักเนื้อ ใส่ถุงซิปล็อคแล้วนอนราบในตู้เย็นได้เลยโดยไม่หก และถ้าเป็นแบบคุณภาพดีก็ล้างซ้ำใช้ได้หลายรอบ ต่างจากฟิล์มที่ใช้แล้วทิ้งทุกครั้ง
ถุงซิปใสตั้งได้ 100 ใบ ปิดแน่น กันอากาศได้ดี เหมาะกับเนื้อสัตว์และของมีกลิ่นที่บทความระบุว่าต้องใช้ถุงซิปล็อคเสมอ
ดูสินค้าเทียบตรงๆ จากการใช้จริงในครัว
เอาสถานการณ์จริงในครัวบ้านมาเทียบ ดูว่าแต่ละตัวทำได้ดีแค่ไหนใน 4 แง่ที่คนครัวสนใจจริงๆ
กันกลิ่นและกันอากาศ
ฟิล์มถนอมอาหารกันอากาศได้ดีพอสำหรับของที่ไม่มีกลิ่นแรง แต่ถ้าเอาไปห่อปลาทูนึ่งที่เหลือครึ่งตัวค้างคืนในตู้เย็น เช้าขึ้นมาตู้เย็นก็ยังมีกลิ่นอยู่ดี เพราะฟิล์มไม่ได้ปิดสนิทจริงๆ มีรอยต่อที่ขอบเสมอ
ถุงซิปล็อคต่างออกไปชัดเจน ปิดซิปแน่นแล้วกลิ่นอยู่ในถุง ไม่ออกมาปะปนกับของชิ้นอื่นในตู้เย็น ถ้าบ้านไหนมีปัญหาตู้เย็นมีกลิ่นปนกันตลอด ลองเปลี่ยนมาใช้ถุงซิปล็อคกับของที่มีกลิ่น แค่นี้ก็ต่างแล้ว
ถุงฟอยล์อลูมิเนียมซิปล็อคทึบแสง กันกลิ่นได้ดีกว่าถุงใส เหมาะกับอาหารแช่แข็งและของมีกลิ่นแรงที่บทความเตือนว่ากลิ่นรั่วทั้งตู้เย็นถ้าใช้ฟิล์มห่อแทน
ดูสินค้าความสะดวกใช้และล้างทำความสะอาด
ฟิล์มถนอมอาหารสะดวกตรงที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่ต้องล้าง ไม่ต้องรอแห้ง เหมาะกับตอนรีบๆ อย่างเช้าวันธรรมดาที่ต้องห่อของเร็วๆ ก่อนเข้าตู้เย็น แต่ก็หมดเร็ว ต้องซื้อซ้ำบ่อย
ถุงซิปล็อคล้างซ้ำได้ แต่มีขั้นตอนคือต้องล้างให้สะอาด เช็ดน้ำออก แล้วคว่ำไว้ให้แห้งสนิทก่อนเก็บ ถ้าเก็บทั้งที่ยังเปียกอยู่จะมีกลิ่นอับ ฟังดูยุ่งยาก แต่ถ้าทำเป็นนิสัยก็ไม่ได้ใช้เวลานาน
ความคุ้มค่าในระยะยาว
ฟิล์มถนอมอาหารราคาต่อม้วนไม่แพง แต่ใช้ได้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ถ้าใช้บ่อยก็ต้องซื้อซ้ำทุกเดือน ถุงซิปล็อคแบบธรรมดาก็คล้ายกัน แต่ถ้าเป็นแบบซิลิโคนหรือ PE ใช้ซ้ำได้ ราคาต่อใบสูงกว่า แต่ใช้ได้หลายร้อยรอบ ค่าเฉลี่ยต่อการใช้งานถูกกว่ามาก
สำหรับครัวบ้านที่ใช้เก็บอาหารทุกวัน การมีทั้งสองอย่างในลิ้นชักแล้วเลือกใช้ให้ถูกประเภทคือวิธีที่คุ้มที่สุด ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
ม้วนใหญ่ 400 เมตร คุ้มสำหรับครัวที่ใช้ฟิล์มบ่อย ช่วยลดต้นทุนต่อการใช้งานในระยะยาวตามที่บทความพูดถึงเรื่องการสต็อกให้ถูกประเภท
ดูสินค้าเหมาะกับอาหารชนิดไหน
ก่อนจะไปดูรายละเอียดในหัวข้อถัดไป สรุปภาพรวมให้เห็นก่อน อาหารแต่ละประเภทมีความต้องการต่างกัน
- ฟิล์มถนอมอาหาร — ผักใบ ผลไม้ผ่าครึ่ง หัวหอมผ่า ชามอาหารที่เหลือ ของที่ไม่มีกลิ่นแรงและไม่ต้องการซีลมิด
- ถุงซิปล็อค — เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ของที่มีกลิ่นแรง อาหารแช่แข็ง ของเหลว อาหารปรุงสำเร็จ
เส้นแบ่งง่ายๆ คือถามตัวเองว่า "ถ้ากลิ่นรั่วออกมาจะมีปัญหาไหม" ถ้าใช่ ใช้ถุงซิปล็อค
อาหารแต่ละชนิด ใช้อะไรถึงเหมาะ
แทนที่จะเลือกว่าชอบอันไหน ลองดูจากอาหารที่เก็บบ่อยในครัวบ้านเป็นตัวตั้งแทน
ของสด ผัก ผลไม้ ที่รูปทรงแปลก
แตงโมผ่าครึ่ง มะม่วงที่ปอกแล้วยังเหลือ มะเขือเทศที่ผ่าแล้วยังกินไม่หมด ของพวกนี้รูปทรงไม่สม่ำเสมอ ใส่ถุงก็เปลืองพื้นที่ในตู้เย็น ฟิล์มถนอมอาหารเหมาะกว่าชัดเจน เพราะยืดตามรูปทรงได้เลย แนบผิวอาหาร กันอากาศได้พอดี และยังวางซ้อนในตู้เย็นได้โดยไม่เสียพื้นที่
ฟิล์มถนอมอาหารราคาประหยัด มีที่ตัดในตัว เหมาะสำหรับครัวบ้านที่ต้องการตัวเลือกราคาไม่แพงสำหรับห่อผักและผลไม้ผ่าครึ่ง
ดูสินค้าผักใบอย่างผักบุ้ง คะน้า หรือผักสลัดที่ล้างแล้วยังเหลือ ใช้ฟิล์มคลุมชามหรือห่อหลวมๆ ได้เลย ไม่ต้องซีลมิด แค่กันความชื้นออกก็พอ
เนื้อสัตว์ อาหารทะเล และของที่ต้องแช่แข็ง
เนื้อสัตว์และอาหารทะเลมีกลิ่นเป็นธรรมชาติ ยิ่งเก็บนานยิ่งต้องการการซีลที่แน่น ฟิล์มห่อเนื้อแล้วค้างคืนในตู้เย็นยังพอไหว แต่ถ้าแช่แข็งข้ามคืนหลายวัน ฟิล์มจะเปราะและหลุดออกจากเนื้อ อากาศเข้าทำให้เกิด freezer burn ผิวเนื้อแห้งและเสียรสชาติ
ถุงซิปล็อคทนความเย็นจัดได้ดีกว่า ซีลมิดกว่า กันกลิ่นได้จริง ถ้าแยกส่วนเนื้อไว้สำหรับแต่ละมื้อแล้วใส่ถุงซิปล็อคทีละถุง เวลาจะใช้ก็แค่หยิบถุงนั้นออกมาละลายน้ำแข็ง ไม่ต้องแกะฟิล์มที่แข็งติดเนื้อ
อาหารปรุงสำเร็จและของเหลว
ซุปที่เหลือจากมื้อเย็น น้ำพริก แกงที่ทำไว้เผื่อมื้อพรุ่งนี้ ของพวกนี้ฟิล์มทำอะไรไม่ได้เลย ใส่ถุงซิปล็อคแล้วนอนราบในตู้เย็นได้ ประหยัดพื้นที่กว่าใส่กล่องทึบ และถ้าเป็นถุงแบบใสก็เห็นข้างในได้ชัดว่าเก็บอะไรไว้
ถุงซิปสีชากันแสง ป้องกันการมองเห็นจากภายนอก เหมาะกับอาหารที่ต้องการกันแสงและกันกลิ่นพร้อมกัน ซึ่งฟิล์มถนอมอาหารทำไม่ได้
ดูสินค้าถุงซิปล็อคแบบใช้ซ้ำ คุ้มกว่าแบบธรรมดาไหม
ตลาดตอนนี้มีถุงซิปล็อคซิลิโคนและแบบ PE ใช้ซ้ำได้หลายรุ่น คำถามคือคุ้มจริงไหมสำหรับครัวบ้าน
ข้อดีและข้อจำกัดของถุงซิปล็อคแบบใช้ซ้ำ
ถุงซิปล็อคแบบใช้ซ้ำได้ทำจากซิลิโคนหรือ PE เกรดหนา ล้างได้ง่าย กลิ่นไม่ติดค้าง และซีลได้แน่นกว่าถุงพลาสติกธรรมดา บางรุ่นเข้าไมโครเวฟและล้างในเครื่องล้างจานได้ด้วย
ข้อจำกัดมีอยู่สองเรื่อง คือราคาต่อใบสูงกว่า และต้องเช็ดให้แห้งสนิทก่อนเก็บทุกครั้ง ถ้าขี้เกียจขั้นตอนนี้ถุงจะมีกลิ่นอับในไม่กี่สัปดาห์ แต่ถ้าดูแลถูกต้อง ถุงหนึ่งใบใช้ได้นับร้อยรอบ ต้นทุนต่อการใช้งานถูกกว่าถุงใช้ครั้งเดียวทิ้งมาก
เมื่อไหรที่ควรลงทุนซื้อแบบใช้ซ้ำ
ถ้าครัวบ้านเก็บอาหารในตู้เย็นทุกวัน แช่แข็งเนื้อสัตว์เป็นประจำ หรือเตรียมอาหารล่วงหน้าทีละหลายมื้อ การลงทุนกับถุงซิปล็อคใช้ซ้ำได้คืนทุนเร็ว ใช้สัก 3-4 เดือน ก็คุ้มกับราคาที่จ่ายไปแล้ว
แต่ถ้าใช้แค่ครั้งคราว เดือนละไม่กี่ครั้ง ถุงซิปล็อคธรรมดาแบบแพ็ค 100 ใบ ก็ใช้ได้นานพอที่จะไม่รู้สึกว่าสิ้นเปลือง ไม่จำเป็นต้องลงทุนแพงกว่า
สิ่งที่หลายคนทำผิดในครัวบ้าน
มีวิธีใช้บางอย่างที่ดูเหมือนถูกแต่ทำให้อาหารเสียเร็วกว่าที่ควร
ใช้ฟิล์มห่อของที่ควรซีลมิด
เคสที่เจอบ่อยคือห่อเนื้อหมูหรือปลาด้วยฟิล์มแล้วเก็บในตู้เย็น วันรุ่งขึ้นเปิดตู้เย็นแล้วกลิ่นออกมาทั้งตู้ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เนื้อเสีย แต่อยู่ที่ฟิล์มไม่ได้ซีลมิดสนิทจริงๆ มีรอยต่อที่ขอบเสมอ กลิ่นก็ค่อยๆ ซึมออกมาตลอดคืน
ของที่มีกลิ่นแรงหรือต้องการกันกลิ่นจริงจัง ต้องใช้ถุงซิปล็อคเท่านั้น ฟิล์มทำหน้าที่นั้นไม่ได้ ไม่ว่าจะห่อกี่ชั้นก็ตาม
ใส่ถุงซิปล็อคแล้วไม่ไล่อากาศออก
อากาศที่ค้างอยู่ในถุงคือตัวเร่งให้อาหารเสีย โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ที่แช่แข็ง อากาศทำให้เกิด freezer burn ผิวเนื้อแห้งและเปลี่ยนสี รสชาติก็หายไปด้วย
วิธีง่ายที่สุดคือกดอากาศออกด้วยมือก่อนปิดซิป ใส่อาหารลงถุง กดให้แบน แล้วค่อยปิดซิปในขณะที่ยังกดอยู่ ถ้าต้องการเก็บนานกว่านั้น ใช้หลอดดูดอากาศออกก่อนปิดซิปสุดท้าย แค่นี้ก็ยืดอายุอาหารในตู้แช่แข็งได้อีกหลายสัปดาห์
อ่านคู่กัน: ถุงซิปล็อค ใช้ซ้ำ
