Baking Powder หรือผงฟู เป็นส่วนผสมแห้งที่เกิดจากการรวมกันของเบคกิ้งโซดา กรดอ่อน และแป้ง มีหน้าที่หลักในการทำให้ขนมขึ้นฟู เมื่อผงฟูสัมผัสกับน้ำ กรดอ่อนและด่างอ่อนจากเบคกิ้งโซดาจะทำปฏิกิริยากัน เกิดเป็นแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เนื้อขนมมีโพรงอากาศและฟูขึ้นมาได้ ด้วยความที่มีกรดเป็นส่วนผสมอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องพึ่งกรดจากวัตถุดิบอื่นในสูตรขนมมากนัก เหมาะสำหรับขนมประเภท Quick bread เช่น แพนเค้ก มัฟฟิน หรือบิสกิต
ผงฟูที่ใช้กันทั่วไปมี 2 ประเภทหลักๆ คือ ซิงเกิ้ลแอคชั่น (single action baking powder) และ ดับเบิลแอคชั่น (double action baking powder) ซึ่งแต่ละประเภทก็มีจังหวะการทำงานที่แตกต่างกันไป การเลือกใช้ให้ถูกประเภทจะช่วยให้ขนมขึ้นฟูได้ตามต้องการ สำหรับผู้ที่ทำขนมบ่อยๆ การทำความเข้าใจความแตกต่างนี้จะช่วยให้ควบคุมผลลัพธ์ได้ดียิ่งขึ้น
การใช้ผงฟูในปริมาณที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั่วไปแล้ว แป้งเค้ก 1 ถ้วยตวง จะใช้ผงฟูประมาณ 1 ช้อนชา หรือหากใช้เบคกิ้งโซดา ก็ใช้ปริมาณเท่ากัน แต่ในบางสูตรที่ต้องใช้ทั้งสองอย่างร่วมกัน ควรแบ่งใส่เพียงอย่างละ ½ ช้อนชา เพื่อไม่ให้มากเกินไป การใส่ผงฟูหรือเบคกิ้งโซดามากเกินไปอาจส่งผลต่อรสชาติ ทำให้ขนมมีรสเฝื่อนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนทำขนมมักจะเจอและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้ได้ขนมที่อร่อยและมีเนื้อสัมผัสที่ดี
Baking Powder คือส่วนผสมของเบคกิ้งโซดา กรดอ่อน และแป้ง ทำให้เกิดปฏิกิริยาและแก๊สได้เองเมื่อโดนน้ำ ส่วน Baking Soda เป็นด่าง ต้องทำปฏิกิริยากับส่วนผสมที่เป็นกรดในสูตรขนมจึงจะทำงานได้
ผงฟูขนาด 1 กิโลกรัม เหมาะสำหรับผู้ที่ทำเบเกอรี่เป็นประจำ หรือร้านค้าที่ต้องการวัตถุดิบในปริมาณมาก เพื่อความคุ้มค่าและลดความถี่ในการซื้อ
การใส่ผงฟูมากเกินไปอาจทำให้ขนมมีรสชาติเฝื่อน หรือมีกลิ่นแปลกๆ และอาจทำให้ขนมขึ้นฟูมากเกินไปจนโครงสร้างไม่แข็งแรงและยุบตัวได้
ผงฟูมีวันหมดอายุ ควรเก็บในที่แห้งและเย็น ปิดภาชนะให้สนิทหลังใช้งาน เพื่อรักษาประสิทธิภาพในการทำให้ขนมขึ้นฟู
เราคัดสินค้าจากข้อมูลยอดขายและคะแนนรีวิวจริงของผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า แล้วเรียบเรียงข้อมูลให้อ่านง่ายและครบถ้วน ราคาและสต็อกอัปเดตอัตโนมัติจากร้านค้า
หมายเหตุ: คะแนน ★ 4.96 และยอดขาย 31 เป็นข้อมูลรีวิวจากผู้ซื้อบนแพลตฟอร์มร้านค้า ไม่ใช่บทวิจารณ์ของ KitzYou