ช้อนสามแบบนี้ต่างกันอย่างไร และออกแบบมาเพื่ออะไร
ก่อนเลือกขนาดหรือวัสดุ ต้องรู้ก่อนว่าแต่ละแบบมีบทบาทต่างกันชัดเจน ใช้สลับกันได้บ้าง แต่ไม่ใช่ทุกกรณี
ช้อนกลาง — ช้อนอเนกประสงค์ที่โต๊ะอาหารไทยขาดไม่ได้
ช้อนกลางคือตัวที่ทำงานหนักที่สุดบนโต๊ะอาหารไทย ความจุอยู่ที่ประมาณ 15-20 มล. ด้ามยาว 18-20 ซม. ขนาดนี้ออกแบบมาให้พอดีกับปากคนส่วนใหญ่ ตักได้ทั้งข้าว แกง และเส้นก๋วยเตี๋ยวโดยไม่ต้องบิดมือรับน้ำหนัก
ชามช้อนกลางมักแบนกว่าช้อนซุป ทำให้ตักข้าวได้ง่ายและไม่หกเวลายกขึ้นปาก ถ้าโต๊ะอาหารไทยมีช้อนได้แค่ชุดเดียว นี่คือตัวที่ขาดไม่ได้
ช้อนซุป — ลึกกว่า กว้างกว่า เพราะต้องรับน้ำได้มากกว่า
ชามของช้อนซุปลึกกว่าเห็นได้ชัด ความจุอยู่ที่ 30-50 มล. เกือบสองเท่าของช้อนกลาง บางสไตล์ด้ามสั้น บางสไตล์ยาวขึ้นอยู่กับการใช้งาน แต่สิ่งที่ต่างชัดคือทรงชาม
ต้มยำ ต้มจืด หรือข้าวต้มน้ำมาก ถ้าใช้ช้อนกลางตักจะหกตลอด ต้องตักแค่ครึ่งชามถึงจะพอดีปาก ช้อนซุปแก้ปัญหานี้ตรงๆ ตักได้เต็มชามโดยน้ำไม่ล้น นี่คือของที่ใช้แทนกันไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่แค่ขนาดต่างกัน แต่ฟิสิกส์ของการตักน้ำต่างกันทั้งหมด
ช้อนกาแฟ — ไม่ได้มีไว้แค่คนกาแฟ
ขนาดเล็กที่สุดในสาม ความจุ 5 มล. ด้ามสั้น หลายคนซื้อมาพร้อมชุดกาแฟแล้วก็ทิ้งไว้เฉยๆ แต่ในครัวไทยมันมีงานให้ทำมากกว่านั้น
ตักน้ำตาลทรายใส่ชา ตักเครื่องเทศที่ต้องการปริมาณน้อยๆ ชิมรสน้ำพริกหรือน้ำซุประหว่างปรุง หรือเสิร์ฟบัวลอยลูกเล็กๆ ขนาด 5 มล. ทำให้คุมปริมาณได้แม่นกว่าช้อนกลางมาก และไม่ต้องเดาว่าใส่มากหรือน้อยเกินไป
ขนาดที่เหมาะกับอาหารไทยแต่ละประเภท
อาหารไทยมีหลายเนื้อสัมผัส ทั้งน้ำมาก เนื้อแน่น และของแห้ง ขนาดช้อนที่เหมาะจึงไม่ใช่คำตอบเดียวสำหรับทุกจาน
แกงและต้ม — ต้องการช้อนที่ตักน้ำได้พอดีคำ
แกงเขียวหวาน แกงเผ็ด ต้มข่าไก่ อาหารกลุ่มนี้มีน้ำมากและมีชิ้นเนื้อลอยอยู่ด้วย ช้อนที่ใช้ต้องรับน้ำได้พอประมาณโดยไม่หก แต่ก็ไม่ควรลึกจนตักเนื้อลำบาก
ช้อนที่เหมาะกับแกงไทยแบ่งตามลักษณะน้ำได้ดังนี้:
- แกงน้ำมาก (ต้มยำ ต้มจืด ข้าวต้ม) → ช้อนซุปทรงลึก ความจุ 30 มล. ขึ้นไป
- แกงกะทิเนื้อแน่น (มัสมั่น แกงเขียวหวาน) → ช้อนกลางขนาดมาตรฐานทำงานได้ดี
- น้ำพริกและเครื่องจิ้ม → ช้อนกลางหรือช้อนกาแฟขึ้นอยู่กับปริมาณที่ตัก
ถ้าใช้ช้อนกลางกับต้มยำ จะตักได้แค่ครึ่งชามตลอด เพราะชามแบนเกินไป ลองสังเกตดูว่าต้องเอียงช้อนมากแค่ไหนถึงจะไม่หก — ถ้าต้องเอียงเกิน 45 องศา แสดงว่าช้อนผิดประเภท
ข้าวและเส้น — ช้อนกลางมาตรฐานทำงานได้ดีที่สุด
กินข้าวกับกับข้าว หรือก๋วยเตี๋ยวน้ำใสไม่มาก ช้อนกลางขนาดมาตรฐานคือคำตอบที่ตรงที่สุด ชามที่แบนพอดีทำให้ตักข้าวได้ทีละคำโดยไม่ต้องออกแรงมาก น้ำหนักสมดุลในมือเพราะด้ามยาว 18-20 ซม. พอดีกับระยะห่างระหว่างมือกับปาก
ช้อนซุปใช้กินข้าวได้แต่จะรู้สึกหนักและกว้างเกิน ตักทีละคำได้มากกว่าที่ต้องการ กินไปสักพักจะเริ่มล้ามือ
ช้อนกลางสแตนเลสด้าม 17.3 ซม. หัวช้อนกว้าง 3.9 ซม. ขนาดใกล้เคียงกับที่บทความระบุว่าเหมาะกับอาหารไทยทั่วไป
ดูสินค้าเครื่องดื่มและของหวาน — ช้อนกาแฟมีบทบาทชัดเจน
กาแฟโบราณ ชาไทย น้ำแข็งใส บัวลอย ของหวานกลุ่มนี้ต้องการช้อนที่เล็กพอจะคนในแก้วทรงสูงได้และตักของเล็กๆ ขึ้นมาได้แม่น ช้อนกาแฟด้ามสั้นทำงานนี้ได้ดีในแก้วปากกว้าง แต่ถ้าแก้วทรงสูง ด้ามสั้นจะจมหายเข้าไปในแก้ว — เรื่องนี้จะพูดถึงอีกครั้งในหัวข้อด้ามจับ
ระหว่างปรุงอาหาร ช้อนกาแฟยังเป็นตัวชิมรสที่แม่นที่สุด ตักน้ำซุปมาชิม 5 มล. ต่อครั้ง ไม่มากเกินจนรสชาติเพี้ยน
อ่านเพิ่มเติม: จานเมลามีน พอร์ซเลน
วัสดุช้อน เลือกผิดแล้วเจ็บปวดทีหลัง
วัสดุกำหนดทั้งความทน รอยขีดข่วน การบิดงอ และความรู้สึกในมือ แต่ละแบบมีจุดอ่อนที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
สแตนเลส 18/10 — มาตรฐานที่ทนจริงในครัวหนัก
ตัวเลข 18/10 คืออัตราส่วนโครเมียม 18% และนิกเกิล 10% ในเนื้อโลหะ โครเมียมสร้างชั้นป้องกันสนิม นิกเกิลเพิ่มความแข็งและทำให้ผิวเงาอยู่ได้นาน ช้อนสแตนเลสเกรดต่ำกว่านี้ (เช่น 13/0 หรือ 18/0) ไม่มีนิกเกิล เนื้อจะแข็งน้อยกว่า บิดงอได้ง่ายกว่าเมื่อโดนความร้อนซ้ำๆ
สิ่งที่ต้องเช็กก่อนซื้อช้อนสแตนเลส:
- มีระบุเกรดบนบรรจุภัณฑ์หรือไม่ — ถ้าไม่มีเลยให้ระวัง
- ลองงอด้ามเบาๆ ด้วยมือ ถ้าโค้งงอได้ง่ายผิดปกติแสดงว่าเนื้อบาง
- ดูผิวที่ขอบชาม ถ้าขัดไม่สม่ำเสมอมีรอยหยาบ คุณภาพการผลิตต่ำ
ช้อนสแตนเลส 18/10 ที่ผลิตดีใช้งานหนักในครัวได้หลายปีโดยไม่บิดงอและไม่ดำ แต่ต้องดูแลถูกวิธีด้วย ซึ่งจะพูดถึงในส่วนถัดไป
ช้อนสแตนเลสเกรดอาหาร 304 ด้ามยาว ผ่านเกณฑ์วัสดุที่บทความแนะนำสำหรับใช้งานหนักในครัวบ้าน ไม่บิดงอง่าย
ดูสินค้าช้อนสแตนเลส IKEA ขนาด 19 ซม. แบรนด์น่าเชื่อถือ ขนาดด้ามอยู่ในช่วงที่บทความแนะนำ (18-20 ซม.) สำหรับช้อนกลางใช้ทานข้าว
ดูสินค้าเมลามีนและพลาสติก — เบาดี แต่มีเงื่อนไข
ช้อนเมลามีนและพลาสติกเบากว่าสแตนเลสชัดเจน เหมาะกับเด็กเล็กที่ยังถือช้อนหนักไม่ได้ หรือพกไปปิกนิกที่ไม่อยากเสี่ยงของหาย แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องรู้
เมลามีนทนความร้อนได้ถึงประมาณ 70-80°C เท่านั้น อาหารที่เพิ่งยกออกจากเตาหรือน้ำซุปร้อนจัดจะทำให้เนื้อช้อนเสื่อมเร็ว รอยขาวและรอยแตกเล็กๆ จะเริ่มปรากฏหลังใช้งานซ้ำๆ กับของร้อน พลาสติกบางเกรดมีปัญหาเรื่องกลิ่นติดอาหารด้วย สำหรับครัวไทยที่ทำอาหารร้อนทุกวัน วัสดุกลุ่มนี้เป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวหลัก
ช้อนชุบโครเมียมและอัลลอย — ดูดีแต่อายุสั้น
ช้อนกลุ่มนี้มักราคาถูกและหน้าตาดูดีตอนซื้อใหม่ เพราะผิวชุบเงาสวย แต่ชั้นชุบเป็นแค่ฟิล์มบางๆ ที่เคลือบทับเนื้อโลหะราคาถูก
หลังใช้งานสักพัก ชั้นชุบเริ่มลอกที่ขอบชามและจุดที่ถูกับจานบ่อยๆ เมื่อชั้นชุบลอก เนื้อโลหะข้างในสัมผัสกับความชื้นและเริ่มเป็นสนิมใต้ชั้นชุบที่ยังเหลืออยู่ ผลคือช้อนดูเหมือนยังดีอยู่ แต่ข้างในเริ่มมีสนิมแล้ว ถูกตอนซื้อ แต่ต้องซื้อใหม่บ่อยกว่า — ในระยะยาวไม่คุ้มกว่าสแตนเลส 18/10 ที่ราคาต่างกันไม่มาก
จุดที่คนมักมองข้ามเวลาเลือกช้อน
ขนาดและวัสดุเป็นแค่ครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งหนึ่งอยู่ที่รายละเอียดที่ไม่มีเขียนบนกล่อง
น้ำหนักและสมดุลในมือ — รู้สึกได้ตั้งแต่ยกครั้งแรก
ช้อนที่หนักเกินทำให้ล้ามือเมื่อกินนานๆ โดยเฉพาะเมื่อต้องตักซ้ำหลายรอบในมื้อที่มีหลายอาหาร ช้อนที่เบาเกินก็ให้ความรู้สึกถูกและบางครั้งรับแรงไม่ได้เวลาตักของแน่น
จุดสมดุลที่ดีคือช้อนที่วางบนนิ้วชี้แล้วทรงตัวได้ใกล้กับจุดกึ่งกลางระหว่างชามกับปลายด้าม ช้อนสแตนเลสที่ผลิตดีมักออกแบบสมดุลนี้ไว้แล้ว แต่ช้อนราคาถูกบางตัวด้ามหนักกว่าชาม ทำให้เวลาวางบนจานด้ามจะดีดขึ้นและช้อนตกลงพื้น — เรื่องเล็กที่น่ารำคาญทุกมื้อ
ความหนาของขอบช้อน — กินแล้วสัมผัสต่างกันชัด
ขอบชามช้อนที่บางพอดีทำให้รับรสอาหารได้ดีกว่า เพราะสัมผัสกับริมฝีปากน้อยกว่า ขอบหนาเกินจะรู้สึกเหมือนกินกับช้อนพลาสติกหนาๆ รสชาติอาหารถูกขัดด้วยความรู้สึกในปาก
แต่ขอบบางเกินไปก็มีปัญหาต่างออกไป ช้อนสแตนเลสที่ขอบบางมากมักเกิดจากการรีดเนื้อโลหะให้บางเพื่อลดต้นทุน ขอบจะคมและบางครั้งมีรอยหยักเล็กๆ ที่สัมผัสกับปากไม่สบาย ขอบที่ดีควรบางพอสมควรและเรียบเสมอตลอด ไม่มีคม
ด้ามจับและความยาว — เรื่องเล็กที่กระทบการใช้งานทุกมื้อ
ด้ามช้อนกลางที่ยาว 18-20 ซม. ทำงานได้ดีกับชามและจานทั่วไป แต่ถ้าด้ามสั้นกว่า 16 ซม. จะจุ่มลงในชามลึกได้ไม่สะดวก มือต้องเอื้อมลงไปและเสี่ยงโดนน้ำร้อนที่ขอบชาม
ช้อนกาแฟด้ามสั้นมีปัญหาชัดเจนกับแก้วทรงสูง เช่น แก้วกาแฟเย็นทรงสูง ด้ามจะสั้นจนจมหายเข้าไปในแก้ว คนในแก้วได้ไม่ถึงก้น ถ้าใช้กับแก้วทรงสูงบ่อย ให้มองหาช้อนกาแฟด้ามยาวแทน ซึ่งหาได้ในร้านอุปกรณ์ครัวทั่วไป
ชุดช้อนส้อม 24 ชิ้น ด้ามยาว ราคาประหยัด เหมาะกับครัวบ้านที่ต้องการช้อนกลางใช้ทานข้าวและซุปในชุดเดียว
ดูสินค้าอ่านต่อ: ช้อนส้อม สเตนเลส
ดูแลช้อนให้ใช้ได้นาน ไม่เป็นรอย ไม่ดำ
ช้อนดีแค่ไหนก็เสียเร็วได้ถ้าดูแลผิดวิธี โดยเฉพาะสแตนเลสที่หลายคนเข้าใจผิดว่าดูแลง่ายทุกกรณี
สิ่งที่ทำให้ช้อนสแตนเลสดำและเป็นรอยเร็วกว่าที่ควร
สแตนเลสทนสนิมได้ดี แต่ไม่ได้แปลว่าทนทุกอย่าง มีหลายพฤติกรรมที่ทำให้ช้อนเสื่อมเร็วโดยไม่รู้ตัว สาเหตุที่พบบ่อย:
- แช่น้ำนานเกิน 30 นาที — โดยเฉพาะน้ำที่มีเกลือหรือน้ำยาล้างจานเข้มข้น ทำให้ผิวหมองและเริ่มมีจุดดำ
- เก็บทั้งที่ยังเปียก — ความชื้นที่ค้างอยู่ในรอยต่อระหว่างด้ามกับชามทำให้เกิดคราบดำได้
- วางรวมกับของแข็งในลิ้นชัก — ช้อนสแตนเลสเสียดสีกันเองหรือกับมีด ทำให้เกิดรอยขีดข่วนบนผิว
น้ำยาล้างจานที่มีคลอรีนสูงก็เป็นปัญหา ถ้าล้างแล้วไม่ล้างน้ำยาออกให้หมดและปล่อยทิ้งไว้แห้งเอง คลอรีนที่ค้างจะกัดผิวสแตนเลสช้าๆ
วิธีล้างและเก็บที่ถูกต้องสำหรับแต่ละวัสดุ
สแตนเลสล้างทันทีหลังใช้ ไม่ต้องแช่ ใช้ฟองน้ำนุ่มกับน้ำยาล้างจานปกติ แล้วเช็ดให้แห้งก่อนเก็บ อย่าวางซ้อนกันในลิ้นชักโดยไม่มีอะไรกั้น
เมลามีนและพลาสติกล้างด้วยน้ำอุ่นได้ แต่หลีกเลี่ยงน้ำร้อนจัดและการแช่นาน เพราะทำให้เนื้อวัสดุเสื่อมเร็ว ห้ามล้างในเครื่องล้างจานถ้าไม่ระบุว่า dishwasher safe
การเก็บที่ดีที่สุดคือแยกประเภทไว้ต่างหาก ช้อนกลาง ช้อนซุป ช้อนกาแฟ ไม่กองรวมกัน นอกจากจะหยิบสะดวกขึ้นแล้ว ยังลดรอยขีดข่วนจากการเสียดสีกันได้ด้วย
ที่เก็บช้อนส้อมติดผนัง ช่วยแยกเก็บช้อนกลาง ช้อนซุป ช้อนกาแฟ ไม่ให้ปะปนกัน ตรงกับจุดที่บทความแนะนำให้แยกประเภทการใช้งาน
ดูสินค้าที่เก็บช้อนส้อมมีช่องแยกหลายช่อง ช่วยจัดระเบียบช้อนแต่ละแบบไม่ให้กองรวมกัน ลดรอยขีดข่วนจากการเสียดสี
ดูสินค้า