ทำความเข้าใจว่าฟิล์มพลาสติกทำอะไรได้บ้าง ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้อะไรแทน
ก่อนเลือกของมาแทน ต้องรู้ก่อนว่าฟิล์มพลาสติกทำหน้าที่อะไรในครัวบ้านจริงๆ เพราะแต่ละทางเลือกแก้ได้คนละจุด ถ้าเลือกผิดจุด อาหารก็ยังเสียเร็วเหมือนเดิม
สามหน้าที่หลักที่ฟิล์มพลาสติกทำในครัวบ้าน
ฟิล์มพลาสติกที่ใช้ในครัวบ้านทำงานอยู่สามอย่างพร้อมกัน ถ้าแยกออกได้ จะเลือกตัวแทนได้ตรงกว่ามาก
- กั้นความชื้น — ป้องกันไม่ให้ผักเหี่ยว หรือไม่ให้ของแห้งดูดความชื้นจากอากาศ
- กันกลิ่น — ไม่ให้กลิ่นอาหารในตู้เย็นปะปนกัน โดยเฉพาะของที่มีกลิ่นแรง เช่น หัวหอม ปลา
- ห่อรูปทรงอิสระ — ยืดหยุ่นพอที่จะห่อของที่ไม่มีทรงตายตัว เช่น ผักครึ่งท่อน แตงโมครึ่งลูก หรือชามที่ปากไม่เรียบสม่ำเสมอ
สามข้อนี้คือเกณฑ์ที่จะใช้เทียบกับทางเลือกอื่นทั้งหมดในบทความนี้ ของที่ทำได้ครบสามข้อในราคาเดียวกันไม่มี แต่รู้ว่าตัวเองต้องการข้อไหนมากที่สุด ก็เลือกได้แม่นขึ้น
ของที่ห่อบ่อยในครัวบ้าน กับข้อจำกัดที่ฟิล์มพลาสติกแก้ไม่ได้
ของที่คนห่อบ่อยในครัวบ้านมักจะเป็น ผักสดที่เหลือจากการหั่น แตงโมหรือมะละกอครึ่งลูก ชามแกงที่กินไม่หมด และเนื้อสัตว์ที่ซื้อมาแบ่งแช่ แต่ฟิล์มพลาสติกมีจุดที่ทำได้ไม่ดีนักอยู่หลายอย่าง
ปิดชามก้นลึกหรือชามทรงพิเศษ ฟิล์มมักไม่แน่น อากาศยังเข้าได้ถ้าขอบชามไม่เรียบ ห่อซ้ำหลายรอบก็ยิ่งยุ่ง และที่สำคัญคือใช้ครั้งเดียวทิ้ง ทำให้ทุกสัปดาห์ต้องซื้อใหม่ ทิ้งใหม่ วนไป
รู้จักข้อจำกัดตรงนี้แล้ว ก็จะเข้าใจได้ว่าทำไมทางเลือกแต่ละแบบถึงเหมาะกับงานคนละแบบ
ผ้าแรปไขผึ้ง ใช้ได้จริงในครัวบ้าน แต่ต้องรู้ขีดจำกัดก่อน
ผ้าแรปไขผึ้งดูน่าสนใจ แต่มีเงื่อนไขการใช้งานที่ถ้าไม่รู้ไว้ก่อนจะผิดหวังตั้งแต่วันแรก ไม่ใช่ของที่ใช้แทนฟิล์มได้ทุกกรณี แต่สำหรับงานที่มันทำได้ มันทำได้ดีมาก
ความร้อนจากมือทำให้แรปแปะติด แต่นั่นก็คือข้อจำกัดเดียวกัน
ผ้าแรปไขผึ้งทำงานด้วยความอุ่นจากมือ กดลงไปบนของสักสิบวินาที ไขผึ้งจะอ่อนตัวและแปะติดตามรูปทรงของที่ห่อ พอถอดมือออก มันก็แข็งตัวกลับและยึดอยู่กับที่ รู้สึกเหมือนห่อด้วยผ้าที่มีชีวิต
ของที่ผ้าแรปไขผึ้งทำได้ดี:
- ผักและผลไม้ครึ่งลูก เช่น แตงกวา แครอท มะนาว อะโวคาโด
- ขนมปังและเบเกอรี่ที่ต้องการอากาศหายใจนิดหน่อย
- ชีสแข็งที่ต้องการป้องกันการแห้ง
- ปิดปากชามก้นตื้นที่ไม่มีน้ำซุปมาก
แต่มีของที่ห้ามใช้ผ้าแรปไขผึ้งโดยเด็ดขาด คือของร้อนทุกชนิด เพราะความร้อนจะทำให้ไขผึ้งละลายและปนเปื้อนอาหาร เนื้อดิบที่มีเลือดหรือน้ำมากก็ไม่เหมาะ เพราะทำความสะอาดยากและเสี่ยงแบคทีเรีย และของที่มีน้ำมันมาก เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน ก็จะทำให้ผ้าเสื่อมเร็วกว่าปกติ
ล้างและเก็บยังไงให้ใช้ได้นานหลายปี
วิธีล้างผ้าแรปไขผึ้งไม่ยาก แต่ต้องจำกฎเดียวคือ น้ำเย็นเท่านั้น ใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อนเมื่อไหร่ ไขผึ้งละลาย แรปพังทันที ล้างด้วยน้ำเย็นกับสบู่อ่อนๆ แล้วปล่อยให้แห้งเองในที่อากาศถ่ายเท ไม่ต้องเช็ด
เก็บในที่เย็นและแห้ง ห่างจากเตาและแสงแดดตรง บางคนแขวนไว้กับตะขอข้างตู้เย็น บางคนพับเก็บในลิ้นชักครัว ทั้งสองแบบใช้ได้ถ้าไม่ร้อน
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเปลี่ยนแล้วคือ ผ้าเริ่มแข็งและแตกร้าว ไม่ยืดหยุ่นแม้อุ่นด้วยมือ หรือผิวหน้าเริ่มหลุดลอกเป็นเกล็ด ถ้าดูแลดี ผ้าแรปไขผึ้งหนึ่งแผ่นใช้ได้นาน 1-2 ปี ก่อนถึงจุดนั้น
ซิลิโคนและฝาปิดสุญญากาศ ของที่ใช้ได้กับของร้อนและตู้เย็นพร้อมกัน
ถ้าครัวบ้านต้องการของที่ยืดหยุ่นกว่า ทนความร้อน และปิดได้หลายรูปทรง ซิลิโคนกับฝาสุญญากาศคือสองตัวที่ต้องเทียบกัน ทั้งสองทำจากวัสดุคล้ายกัน แต่ใช้งานต่างกันพอสมควร
ซิลิโคนยืดครอบชาม กับซิลิโคนฝาปิดแบบมีขอบ ต่างกันตรงไหน
ซิลิโคนในท้องตลาดมีสองรูปแบบหลัก และคนที่ซื้อผิดแบบมักจะเสียใจทีหลัง
ซิลิโคนยืดครอบปากชาม คือแผ่นซิลิโคนที่ยืดออกได้มาก ครอบปากชามทรงต่างๆ ได้หลายขนาดในชิ้นเดียว ข้อดีคือยืดหยุ่น ปรับขนาดได้พอประมาณ ทนความร้อนได้ดี ล้างง่าย แต่ถ้าปากชามไม่เรียบหรือขอบบิดเบี้ยว การปิดก็ไม่สนิทเต็มร้อย
ซิลิโคนฝาปิดแบบมีขอบ คือฝาที่มีขอบซิลิโคนรอบนอก ต้องใช้กับภาชนะที่ขนาดตรงกันพอดี ปิดได้แน่นกว่าถ้าใช้กับภาชนะที่ออกแบบมาคู่กัน แต่ถ้าชามในบ้านมีหลายขนาดแบบสะเปะสะปะ ซื้อมาแล้วอาจใช้ได้แค่บางใบ
สำหรับครัวบ้านทั่วไปที่มีชามหลายขนาด แบบยืดครอบมักตอบโจทย์กว่า เพราะซื้อชุดเดียวได้หลายขนาดในราคาไม่สูง
ฝาปิดสุญญากาศดูดอากาศออกได้จริง แต่ต้องการพื้นผิวที่ใช่
ฝาปิดสุญญากาศทำงานโดยกดลงบนปากภาชนะแล้วดันลมออก สร้างแรงดูดที่ยึดฝาไว้ ถ้าทำงานได้ดี อาหารในตู้เย็นจะอยู่ได้นานกว่าการปิดฝาธรรมดาเพราะออกซิเจนน้อยลง
แต่มีเงื่อนไขสำคัญที่หลายคนไม่รู้ก่อนซื้อ คือ ปากภาชนะต้องเรียบและสม่ำเสมอ ฝาสุญญากาศทำงานได้ดีกับกระจก สแตนเลส หรือเซรามิกปากเรียบ แต่ถ้าเป็นชามพลาสติกที่ผิวขรุขระ หรือชามที่ขอบไม่ได้ระดับ แรงดูดจะไม่เกิดหรือเกิดแล้วก็หลุดง่าย
วิธีทดสอบก่อนซื้อของแพงคือ เอาฝาวางบนภาชนะที่บ้านแล้วลองกดดู ถ้ารู้สึกว่ามีแรงต้านและฝาไม่หลุดง่ายๆ แสดงว่าพื้นผิวเข้ากันได้ดี ถ้าฝาหลุดทันทีที่ปล่อยมือ พื้นผิวนั้นอาจไม่เหมาะ
จับคู่ของกับงานในครัวบ้านให้ตรง ไม่ต้องซื้อทุกแบบ
ครัวบ้านส่วนใหญ่ไม่ต้องการทั้งสามแบบ รู้ว่าห่ออะไรบ่อย ก็เลือกได้ตรงกว่า และไม่ต้องเสียเงินซื้อของที่ใช้ไม่ถึง
ห่อผักผลไม้และของแห้ง ผ้าแรปไขผึ้งพอ
ถ้าของที่ห่อบ่อยที่สุดในครัวบ้านคือผักและผลไม้ครึ่งลูก ขนมปังที่กินไม่หมด หรือชีสที่ต้องการอากาศหายใจนิดหน่อย ผ้าแรปไขผึ้งหนึ่งหรือสองแผ่นก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องซื้อซิลิโคนหรือฝาสุญญากาศเพิ่ม
ข้อดีของการเริ่มจากผ้าแรปไขผึ้งคือราคาเข้าถึงง่าย ใช้งานไม่ซับซ้อน และถ้าดูแลดีก็ใช้ได้นาน ลดขยะพลาสติกในครัวเรือนได้จริงโดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมมาก แค่เปลี่ยนของที่หยิบใช้
ปิดชามอาหารเหลือและของในตู้เย็น ซิลิโคนหรือฝาสุญญากาศสะดวกกว่า
ถ้าปัญหาหลักในครัวบ้านคือชามแกงที่กินไม่หมด หม้อต้มที่อยากปิดเก็บไว้ หรืออาหารที่มีน้ำซุปและต้องการปิดให้แน่น ผ้าแรปไขผึ้งทำได้ไม่ดีพอ ซิลิโคนและฝาสุญญากาศเหมาะกว่าชัดเจน
สำหรับครัวบ้านที่เพิ่งเริ่ม แนะนำให้เริ่มจากซิลิโคนยืดครอบชามก่อน เพราะ:
- ใช้กับชามหลายขนาดได้ในชุดเดียว ไม่ต้องซื้อหลายขนาด
- ทนความร้อน ใส่ไมโครเวฟและตู้เย็นได้
- ล้างง่าย ไม่มีซอกที่เชื้อราสะสม
- ราคาต่อชิ้นไม่สูง ถ้าใช้ไม่ถูกก็ไม่เสียดายมาก
Lock&Lock กล่องถนอมอาหารพลาสติกมีวงแหวนซีลซิลิโคนเกรดอาหาร ใช้ปิดชามอาหารเหลือได้สนิท — แก้ปัญหา 'ซิลิโคนบางตัวปิดไม่สนิท' ที่บทความเตือน
ดูสินค้าถ้าชามในบ้านส่วนใหญ่เป็นสแตนเลสหรือกระจกปากเรียบ ฝาสุญญากาศก็คุ้มกว่าในระยะยาว เพราะดูดอากาศออกได้จริงและช่วยยืดอายุอาหารในตู้เย็น แต่ถ้าชามมีหลายทรงหลายขนาดแบบสะสมมาหลายปี ซิลิโคนยืดครอบยังตอบได้กว้างกว่า
กล่องใส่อาหารสแตนเลสฝาปิดซิลิโคนกันรั่วซึม เหมาะสำหรับเก็บผัก ผลไม้ ในตู้เย็น — ตัวอย่างการจับคู่ของกับงานในครัวบ้านตามที่บทความแนะนำ
ดูสินค้า