ซิลิโคน ยืดหยุ่นและร่อนง่าย แต่ความร้อนไม่เหมือนกัน
พิมพ์ซิลิโคนขายดีเพราะร่อนออกง่ายโดยไม่ต้องทาไขมัน แต่สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือมันนำความร้อนได้ช้ากว่าโลหะอย่างมีนัยสำคัญ ผลที่ตามมาคือขนมอาจสุกไม่สม่ำเสมอถ้าไม่ปรับเวลาหรืออุณหภูมิ
ข้อดีของซิลิโคนที่ใช้ได้จริง
ซิลิโคนทำงานได้ดีกับขนมที่ไม่ต้องการสีน้ำตาล ไม่ต้องการเปลือก และต้องการร่อนออกทั้งชิ้นโดยไม่แตก มูสเค้ก พุดดิ้ง เยลลี่ วุ้น — ของพวกนี้คือบ้านของซิลิโคน เพราะยืดหยุ่นพอที่จะดันออกจากทุกมุมได้โดยไม่ทำให้ขนมเสียรูป
ข้อดีที่ใช้จริงในครัวทุกวัน:
- ร่อนออกได้โดยไม่ต้องทาเนยหรือโรยแป้ง
- พับเก็บได้ ประหยัดพื้นที่ตู้
- ล้างง่าย ไม่มีรอยต่อให้แป้งติดค้าง
- ทนอุณหภูมิสูงได้ถึง 220-230°C สำหรับรุ่นคุณภาพดี
สำหรับมัฟฟินหรือคัพเค้กที่ไม่เน้นสีด้านข้าง ซิลิโคนก็ใช้ได้ แต่ต้องวางบนถาดโลหะรองก่อนเสมอ เพราะตัวมันอ่อนเกินไปที่จะยกเข้าเตาอบโดยไม่มีฐานรอง
พิมพ์ซิลิโคนครึ่งวงกลม ยืดหยุ่นและร่อนออกง่ายตามที่บทความพูดถึง เหมาะสำหรับขนมที่ต้องถอดออกทั้งชิ้น
ดูสินค้าจุดที่ซิลิโคนทำให้ขนมพลาด
ปัญหาคลาสสิกคือบราวนี่ที่ต้องการขอบกรอบ ออกมานิ่มทั้งก้อน สีซีด ไม่มีเปลือกให้กัด สาเหตุตรงไปตรงมา — ซิลิโคนเป็นฉนวนความร้อน มันไม่ส่งความร้อนเข้าหาขนมเร็วพอที่จะสร้าง Maillard reaction ที่ผิวได้
เค้กที่ต้องการสีด้านข้างสม่ำเสมอ เช่น ชิฟฟ่อนหรือสปันจ์เค้ก ก็เป็นอีกเคสที่ซิลิโคนทำได้ไม่ดี เนื้อขนมด้านที่ติดพิมพ์มักสุกช้ากว่าตรงกลาง ทำให้ต้องอบนานขึ้น และพอนานขึ้น ตรงกลางก็แห้งเกินไปก่อน
ซิลิโคนไม่ใช่พิมพ์ที่ผิด — แค่ต้องรู้ว่ามันเหมาะกับอะไร
อลูมิเนียม มาตรฐานครัวมืออาชีพที่มีเหตุผล
อลูมิเนียมคือวัสดุที่เบเกอรี่มืออาชีพส่วนใหญ่ใช้ ไม่ใช่เพราะถูก แต่เพราะนำความร้อนได้เร็วและกระจายสม่ำเสมอที่สุดในบรรดาสามวัสดุนี้
ทำไมอลูมิเนียมให้สีขนมสม่ำเสมอกว่า
อลูมิเนียมนำความร้อนได้เร็วกว่าซิลิโคนหลายเท่า และกระจายความร้อนทั่วผิวพิมพ์ได้ดีกว่าเหล็กหล่อที่มักร้อนสะสมเป็นจุด ผลที่ได้คือก้นเค้กและด้านข้างสุกพร้อมกัน สีน้ำตาลออกมาสม่ำเสมอตั้งแต่ขอบจนถึงตรงกลาง
เค้กที่ต้องการ texture ชัดเจน เช่น pound cake ที่ต้องการผิวด้านข้างสีทองสวย หรือ layer cake ที่ต้องการหน้าตัดเรียบสม่ำเสมอ อลูมิเนียมให้ผลที่คาดเดาได้มากกว่าวัสดุอื่น ความร้อนเข้าถึงเนื้อขนมอย่างรวดเร็วและสม่ำเสมอ ทำให้ฟองอากาศในแป้งขยายตัวได้ทั่วถึง เนื้อขึ้นฟูได้เต็มที่
พิมพ์เค้กกลมอลูมิเนียมไร้รอยต่อ นำความร้อนเร็วและสม่ำเสมอ ตรงกับข้อแนะนำของบทความสำหรับอบเค้กที่ต้องการสีสวย
ดูสินค้าวิธีใช้อลูมิเนียมให้ร่อนออกง่ายและไม่ติด
อลูมิเนียมไม่มีสารเคลือบ non-stick ดังนั้นต้องเตรียมพิมพ์ให้ถูกวิธีก่อนอบทุกครั้ง วิธีที่ได้ผลดีที่สุดคือทาเนยจืดให้ทั่ว ทั้งก้นและด้านข้าง แล้วโรยแป้งบางๆ เคาะส่วนเกินออก หรือรองกระดาษไขที่ก้นพิมพ์แล้วทาเนยซ้ำอีกชั้น
สำหรับเค้กที่มีส่วนผสมน้ำตาลสูง เช่น caramel cake หรือขนมที่ใส่น้ำผึ้ง การรองกระดาษไขช่วยได้มากกว่าทาเนยอย่างเดียว เพราะน้ำตาลที่ไหลลงก้นพิมพ์จะติดแน่นมากเมื่อเย็นลง
ข้อควรระวังที่หลายคนมองข้าม:
- อย่าอบอาหารกรดสูง เช่น เค้กมะนาว หรือขนมที่มีส้มเยอะ เป็นเวลานานในพิมพ์อลูมิเนียมที่ไม่เคลือบ เพราะกรดทำปฏิกิริยากับโลหะได้
- พิมพ์อลูมิเนียม ไม่เข้าเครื่องล้างจาน ความร้อนและน้ำยาจะทำให้ผิวหมอง
- เลือกพิมพ์ ไร้รอยต่อ จะทนกว่าและไม่มีรอยรั่วให้แป้งซึม
ถาดหลุมอลูมิเนียม นำความร้อนสม่ำเสมอ เหมาะสำหรับอบขนมหลายชิ้นพร้อมกันและได้สีสวยสม่ำเสมอตามที่บทความแนะนำ
ดูสินค้าเหล็กหล่อ เก็บความร้อนดีแต่ต้องรู้จักใช้
เหล็กหล่อในบริบทการอบขนมมักหมายถึงพิมพ์เหล็กเคลือบ (carbon steel) หรือ cast iron ที่มักใช้กับขนมเฉพาะทาง เช่น Dutch baby หรือขนมปังกรอบ ไม่ใช่ตัวเลือกสำหรับทุกอย่าง
ขนมที่เหล็กหล่อทำได้ดีกว่าวัสดุอื่น
จุดแข็งของเหล็กหล่อคือความสามารถในการเก็บและรักษาความร้อนได้นานหลังจากนำออกจากเตา ขนมที่ต้องการความร้อนสูงและสม่ำเสมอตลอดการอบจึงออกมาดีกว่าชัดเจน
Skillet cookie ที่ต้องการขอบกรอบแต่ตรงกลางยังนิ่ม ได้ผลดีที่สุดในกระทะเหล็กหล่อ เพราะความร้อนที่สะสมในตัวโลหะทำให้ก้นขนมกรอบได้โดยไม่ต้องอบนาน Cornbread และขนมปังสไตล์ artisan ก็เช่นกัน เปลือกที่ได้จากเหล็กหล่อมีความหนาและกรอบกว่าที่จะทำได้จากอลูมิเนียม
กระทะเหล็กหล่อ MEYER เก็บความร้อนนานและให้ผลลัพธ์ต่างชัด เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบทำขนมปังกรอบและไม่กลัวดูแลเพิ่ม
ดูสินค้าข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนซื้อ
เหล็กหล่อหนัก นั่นคือข้อเท็จจริงแรกที่ต้องยอมรับ พิมพ์ขนาด 26 ซม. อาจหนักถึง 2-3 กิโลกรัม ยกเข้าออกเตาอบซ้ำๆ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะถ้าอบหลายรอบต่อวัน
ข้อจำกัดที่ต้องรู้:
- ต้องทำ seasoning ก่อนใช้ครั้งแรก และบำรุงรักษาสม่ำเสมอ ไม่งั้นเป็นสนิมได้
- ห้ามแช่น้ำ หรือล้างด้วยน้ำยาล้างจานที่รุนแรง
- อุ่นช้า — ต้องให้เวลาพิมพ์อุ่นตัวก่อนอบ ไม่เหมาะกับคนที่รีบ
- ไม่เหมาะถ้าอบขนมหลายประเภทในคราวเดียว เพราะความร้อนที่สะสมทำให้ปรับอุณหภูมิยาก
เหล็กหล่อคือของที่ซื้อแล้วใช้ได้ทั้งชีวิต — ถ้าดูแลเป็น
ใครควรเลือกแบบไหน ตัดสินจากสิ่งที่อบเป็นหลัก
คำถามที่ถูกต้องไม่ใช่ว่าวัสดุไหนดีที่สุด แต่คือคุณอบอะไรบ่อยที่สุด และผลลัพธ์ที่ต้องการคืออะไร สีสวย เนื้อฟู หรือร่อนง่าย สามอย่างนี้อาจต้องการพิมพ์ต่างกัน
เลือกตามประเภทขนมที่ทำบ่อย
ตัดสินจากสิ่งที่อบ ไม่ใช่จากสิ่งที่โฆษณาบอก:
- เค้กฟองน้ำ / ชิฟฟ่อน / pound cake → อลูมิเนียม คือคำตอบ นำความร้อนสม่ำเสมอ สีสวย เนื้อขึ้นฟู
- มัฟฟิน / พุดดิ้ง / มูสเค้ก / เยลลี่ → ซิลิโคน ร่อนออกง่ายโดยไม่ต้องทาไขมัน รูปทรงคงรูป
- ขนมปังกรอบ / cornbread / skillet dessert → เหล็กหล่อ เปลือกกรอบและเนื้อแน่นที่วัสดุอื่นทำไม่ได้
- เค้กที่ต้องถอดพิมพ์ก่อนตกแต่ง → พิมพ์สปริงฟอร์ม (เหล็กกล้า) ถอดข้างได้โดยไม่ต้องพลิกพิมพ์
พิมพ์เค้กสปริงฟอร์มเหล็กกล้า (carbon steel) นำความร้อนดีและร่อนออกง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกในการถอดพิมพ์
ดูสินค้าพิมพ์เค้กสปริงฟอร์มเหล็กกล้า (carbon steel) ทนทานและนำความร้อนดี ถอดข้างง่ายแก้ปัญหาการร่อนออกที่บทความเตือน
ดูสินค้าถ้าอบหลายอย่างและไม่อยากซื้อหลายพิมพ์ อลูมิเนียมครอบคลุมได้กว้างที่สุด ซิลิโคนครอบคลุมได้กว้างในแง่ร่อนง่าย แต่ทำสีสวยไม่ได้ เหล็กหล่อเก่งเฉพาะทางชัดเจน
ถ้าจะซื้อแค่ตัวเดียว
อลูมิเนียมคือคำตอบ ไม่มีข้อถกเถียง
มันนำความร้อนได้เร็วและสม่ำเสมอ ให้สีขนมที่คาดเดาได้ ราคาไม่แพง ดูแลง่าย และใช้ได้กับขนมส่วนใหญ่ที่คนทำที่บ้านต้องการ ข้อเสียเดียวคือต้องเตรียมพิมพ์ก่อนอบ แต่นั่นเป็นนิสัยที่ฝึกได้ในสองสามครั้งแรก
อลูมิเนียมนำความร้อนสม่ำเสมอ ให้สีสวยสม่ำเสมอตามที่บทความแนะนำสำหรับอบเค้ก ขนาดหลากหลายเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
ดูสินค้าซิลิโคนซื้อเป็นตัวที่สองเมื่อรู้แล้วว่าทำขนมประเภทไหนบ่อย เหล็กหล่อซื้อเมื่อมีเหตุผลชัดเจนว่าต้องการมัน ไม่ใช่ซื้อเพราะดูดี
อ่านคู่กัน: พิมพ์เค้กไม่ติด
